ปี 2025 กำลังจะมาถึง และโลกของ AI สร้างภาพก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน สองยักษ์ใหญ่ที่ใครๆ ก็พูดถึงคงหนีไม่พ้น Midjourney และ DALL-E 3 แต่ถ้าจะให้เลือกจริงๆ ว่าใครเจ๋งกว่ากัน คงต้องมาดูกันแบบละเอียดหน่อย บทความนี้จะพาคุณไปเปรียบเทียบ Midjourney vs DALL-E 3 ในทุกมิติ ตั้งแต่หน้าตาภาพยันราคา ว่าสุดท้ายแล้ว ตัวไหนจะเหมาะกับคุณที่สุดในปีหน้า
ข้อคิดสำคัญ
- Midjourney มักจะสร้างภาพที่มีสไตล์เฉพาะตัว ดูเป็นศิลปะ แต่บางครั้งก็อาจจะตีความ Prompt ยากหน่อย ส่วน DALL-E 3 จะเข้าใจคำสั่งได้ตรงกว่า และสร้างภาพได้สมจริงกว่า
- ถ้าเน้นความง่ายในการใช้งาน DALL-E 3 อาจจะดูเข้าถึงง่ายกว่า เพราะทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้เลย ส่วน Midjourney ต้องใช้ผ่าน Discord ซึ่งอาจจะซับซ้อนนิดหน่อยสำหรับมือใหม่
- เรื่องคุณภาพของภาพ Midjourney โดดเด่นเรื่องสไตล์ที่สวยงาม แต่ DALL-E 3 ก็ทำได้ดีในเรื่องความคมชัดและรายละเอียดที่สมจริง
- การปรับแต่งภาพหลังสร้าง Midjourney มีเครื่องมือให้เล่นเยอะกว่า แต่ DALL-E 3 ก็มีความสามารถในการแก้ไขภาพที่ทำได้ดีเช่นกัน
- การเลือก Midjourney vs DALL-E 3 ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไร ถ้าชอบงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใคร Midjourney อาจจะใช่ แต่ถ้าต้องการภาพที่ตรงตามสั่งและสมจริง DALL-E 3 ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
Midjourney vs DALL-E 3: ใครเจ๋งกว่ากัน?
เอาล่ะ มาดูกันว่าสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการ AI สร้างภาพอย่าง Midjourney กับ DALL-E 3 เนี่ย ใครจะเด็ดกว่ากันแน่ในปี 2025 นี้
ภาพรวมของสองยักษ์ใหญ่
Midjourney กับ DALL-E 3 เป็นเหมือนสองดาวเด่นที่มาแรงสุดๆ ในโลกของการสร้างภาพด้วย AI แต่ละตัวก็มีสไตล์และจุดเด่นของตัวเองที่ทำให้คนใช้งานต่างก็ติดใจกันไปคนละแบบ ถ้าจะให้บอกว่าใครดีกว่าใครเลยคงจะยาก เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไรจากมันมากกว่า
- Midjourney: มักจะถูกพูดถึงในเรื่องของความอาร์ต ความเป็นศิลปะที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง สร้างภาพที่ดูเหมือนงานศิลปะจริงๆ ออกมาได้ดีมาก
- DALL-E 3: จุดเด่นคือความเข้าใจภาษาคนได้ดีเยี่ยม สร้างภาพได้ตรงตามที่เราสั่งเป๊ะๆ แถมยังผสานรวมกับ ChatGPT ได้อย่างลงตัว ทำให้การสร้างภาพง่ายขึ้นไปอีก
จุดเด่นที่ทำให้ต้องร้องว้าว
ทั้งสองตัวมีอะไรที่ทำให้เราต้องร้องว้าวอยู่เสมอ ลองมาดูจุดเด่นของแต่ละตัวกัน
Midjourney:
- สไตล์ภาพที่โดดเด่น: ภาพที่ได้มักจะมีความเป็นศิลปะสูง ดูมีมิติ ลึกซึ้ง เหมาะกับคนที่ชอบงานแนวแฟนตาซี หรือต้องการภาพที่มีอารมณ์ศิลป์มากๆ
- การสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย: บางที Midjourney ก็สร้างภาพที่ออกมาเซอร์ไพรส์เราได้เสมอ มันเหมือนมี ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ของตัวเองแฝงอยู่
- ชุมชนผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง: มีกลุ่มผู้ใช้งานที่คอยแชร์เทคนิคและผลงานกัน ทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลา
DALL-E 3:
- ความแม่นยำสูง: สั่งอะไรได้แบบนั้นเลย ถ้าเราบอกว่าอยากได้แมวสีฟ้าใส่หมวกสีแดง DALL-E 3 ก็จะจัดให้แบบตรงเป๊ะๆ
- เข้าใจ Prompt ง่าย: ไม่ต้องใช้คำสั่งที่ซับซ้อนมาก แค่บอกเป็นภาษาพูดธรรมดาก็เข้าใจได้ดี ทำให้คนที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อนก็เริ่มได้ง่ายๆ
- การทำงานร่วมกับ ChatGPT: อันนี้เจ๋งมาก เพราะเราสามารถคุยกับ ChatGPT เพื่อปรับแต่ง Prompt ให้ได้ภาพที่ต้องการจริงๆ ก่อนจะส่งไปให้ DALL-E 3 สร้าง สร้างแอปพลิเคชันที่ซับซ้อน ได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ความง่ายในการใช้งาน: ใครเข้าถึงได้มากกว่า?
เริ่มต้นกับ Midjourney
การจะเริ่มเล่นกับ Midjourney เนี่ย มันจะมีความพิเศษนิดหน่อยตรงที่ว่า เราต้องเข้าไปคุยกับมันผ่าน Discord เป็นหลักเลยนะ ไม่ได้มีเว็บแอปพลิเคชันตรงๆ แบบที่หลายคนอาจจะคุ้นเคย
- สมัคร Discord: ถ้ายังไม่มีบัญชี ก็ต้องไปสมัครก่อนเลย ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน
- เข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ Midjourney: พอมีบัญชีแล้ว ก็กดลิงก์เชิญเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ของ Midjourney ได้เลย
- หาห้องสำหรับสร้างภาพ: ในเซิร์ฟเวอร์จะมีห้องที่ชื่อประมาณว่า
newbies-XX(XX คือตัวเลข) ให้เราเข้าไปพิมพ์คำสั่ง/imagineแล้วตามด้วย Prompt ที่เราต้องการ
มันอาจจะดูซับซ้อนนิดหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ Discord มาก่อน แต่พอคุ้นเคยแล้วก็ไม่ยากเกินไปนะ
เริ่มต้นกับ DALL-E 3
DALL-E 3 นี่สิ เข้าถึงง่ายกว่าเยอะเลย เพราะมันผสานรวมกับ ChatGPT Plus ของ OpenAI โดยตรงเลย หรือถ้าใครใช้ Microsoft Copilot (ที่เคยชื่อ Bing Chat) ก็สามารถใช้ DALL-E 3 ได้ฟรีๆ ด้วยนะ
- ผ่าน ChatGPT Plus: แค่ล็อกอินเข้า ChatGPT แล้วเลือกโมเดล GPT-4 ที่รองรับ DALL-E 3 แล้วก็พิมพ์ Prompt ในช่องแชทได้เลย
- ผ่าน Microsoft Copilot: เข้าเว็บไซต์ Copilot หรือใช้แอป แล้วก็พิมพ์ Prompt ได้ทันที ไม่ต้องสมัครอะไรเพิ่มถ้ามีบัญชี Microsoft อยู่แล้ว
จะเห็นว่า DALL-E 3 มันสะดวกกว่ามากสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้อยากยุ่งยากกับแพลตฟอร์มอื่น
ใครใช้งานง่ายกว่ากันแน่?
ถ้าพูดถึงความง่ายในการเริ่มต้นและเข้าถึง DALL-E 3 ชนะขาดลอย เลยครับ เพราะไม่ต้องเรียนรู้การใช้งานแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง Discord แค่พิมพ์คุยกับ AI ในแชทที่เราคุ้นเคยก็สร้างภาพได้แล้ว
ส่วน Midjourney ถึงแม้ว่าการสร้างภาพจะทรงพลังมาก แต่การที่ต้องใช้ Discord เป็นตัวกลาง ก็อาจจะเป็นอุปสรรคเล็กๆ สำหรับผู้เริ่มต้นที่ไม่คุ้นเคยกับ Discord มาก่อน แต่ถ้าผ่านจุดนั้นไปได้ การใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไรครับ แค่ต้องจำคำสั่งและวิธีการใช้ให้คล่องเท่านั้นเอง
คุณภาพของภาพ: รายละเอียดและความสมจริง
มาถึงจุดที่หลายคนอยากรู้กันแล้วเนอะ ว่าภาพที่ได้จากสองเจ้านี้มันเจ๋งแค่ไหนกันเชียว? เรื่องคุณภาพของภาพเนี่ย มันไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว แต่มันรวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ความสมจริง หรือแม้กระทั่งสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละตัวด้วย
สไตล์ภาพของ Midjourney
Midjourney นี่ต้องบอกเลยว่ามีลายเซ็นชัดเจนมาก ภาพที่ออกมามักจะดูมีความเป็นศิลปะสูง มีความ ดาร์กๆ หน่อยๆ หรือไม่ก็ออกแนวแฟนตาซี อลังการงานสร้างหน่อยๆ คือถ้าใครชอบภาพแนวนี้ จะหลงรักเลยแหละ มันจะมีความละเมียดละไมในรายละเอียดของแสงเงา สีสัน หรือพื้นผิวต่างๆ ที่ทำให้ภาพดูมีมิติและน่าค้นหา
- ภาพแนวแฟนตาซี, ไซไฟ
- ภาพบุคคลที่มีอารมณ์ลึกซึ้ง
- ภาพทิวทัศน์ที่ดูเหนือจริง
- สไตล์ภาพวาด, ภาพถ่ายศิลปะ
Midjourney เก่งเรื่องการสร้างบรรยากาศในภาพมากๆ ทำให้ภาพดูมีเรื่องราวในตัวเอง
สไตล์ภาพของ DALL-E 3
ส่วน DALL-E 3 นี่จะมีความหลากหลายกว่า Midjourney เยอะเลย มันเหมือนเป็นช่างภาพสารพัดประโยชน์ที่ทำได้แทบทุกแนว ตั้งแต่ภาพเหมือนจริงมากๆ ไปจนถึงภาพการ์ตูนน่ารักๆ หรือภาพแนวโฆษณาที่ดูสะอาดตา จุดเด่นของ DALL-E 3 คือความสามารถในการสร้างภาพที่ตรงตาม Prompt มากๆ ถ้าเราบอกให้มันวาดอะไร มันก็จะพยายามทำให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แถมรายละเอียดก็คมชัด สีสันสดใส ดูเป็นธรรมชาติ
- ภาพเหมือนจริง (Photorealistic)
- ภาพประกอบการ์ตูน, ภาพสำหรับเด็ก
- ภาพแนวโฆษณา, กราฟิกดีไซน์
- ภาพสไตล์ต่างๆ ที่ระบุได้ชัดเจน
เปรียบเทียบความคมชัดและรายละเอียด
ถ้าพูดถึงความคมชัดและรายละเอียดแบบเป๊ะๆ DALL-E 3 มักจะทำได้ดีกว่าในแง่ของการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสั่งไป เช่น ถ้าเราบอกให้วาดคนใส่เสื้อลายจุด DALL-E 3 ก็จะพยายามวาดจุดให้ครบถ้วนตามจำนวนที่บอก หรือถ้าบอกให้วาดวัตถุที่มีพื้นผิวเฉพาะ มันก็จะเก็บรายละเอียดพื้นผิวนั้นได้ดี
แต่ Midjourney ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนะ ในแง่ของความ มีศิลปะ และการตีความรายละเอียดให้ดูน่าสนใจ มันจะเก่งกว่า อาจจะไม่ได้เป๊ะตามคำสั่งทุกเม็ด แต่ภาพที่ได้มักจะมีความสวยงามทางศิลปะที่ทำให้เราทึ่งได้เสมอ มันเหมือนกับว่า Midjourney เข้าใจ ‘อารมณ์’ ของภาพมากกว่า ในขณะที่ DALL-E 3 เข้าใจ ‘คำสั่ง’ ของเรามากกว่า
สรุปง่ายๆ คือ:
- DALL-E 3: เน้นความแม่นยำ รายละเอียดเป๊ะตามสั่ง ภาพดูสมจริง
- Midjourney: เน้นความสวยงามทางศิลปะ บรรยากาศ และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์
การตีความ Prompt: เข้าใจเราแค่ไหน?
มาดูกันว่า AI สองตัวนี้จะอ่านใจเราได้ดีแค่ไหนนะ เวลาเราพิมพ์คำสั่ง (prompt) เข้าไปเนี่ย มันเข้าใจที่เราต้องการจริงๆ หรือแค่เดาๆ ไปเรื่อย
Midjourney เข้าใจคำสั่งเราแค่ไหน?
Midjourney นี่เก่งเรื่องการตีความคำสั่งแบบนามธรรม หรือคำสั่งที่เน้นอารมณ์ ความรู้สึกนะ บางทีเราแค่บอกว่า "ภาพเศร้าๆ" หรือ "บรรยากาศอบอุ่น" มันก็สร้างภาพออกมาได้ตรงใจแบบงงๆ เลย แต่ถ้าเป็นคำสั่งที่ซับซ้อนมากๆ หรือมีรายละเอียดเยอะๆ บางทีก็อาจจะหลุดไปบ้าง
- จุดเด่น: เข้าใจคำสั่งเชิงศิลปะ, อารมณ์, และสไตล์ที่ค่อนข้างกว้าง
- ข้อสังเกต: อาจจะพลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หรือคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงมากๆ
- ตัวอย่าง: ถ้าบอกว่า "แมวอ้วนกำลังนอนอาบแดดอย่างมีความสุข" มันอาจจะสร้างภาพแมวที่ดูมีความสุขจริงๆ ออกมาให้ แต่ถ้าบอกว่า "แมวอ้วนสีส้มลายสลิด อายุ 3 ขวบ น้ำหนัก 5 กิโลกรัม กำลังนอนบนพรมเปอร์เซียสีครีม" อาจจะต้องลุ้นหน่อยว่ามันจะเก็บครบทุกเม็ดไหม
DALL-E 3 เข้าใจคำสั่งเราแค่ไหน?
DALL-E 3 นี่เหมือนจะถูกฝึกมาให้เข้าใจคำสั่งแบบตรงไปตรงมามากกว่านะ ยิ่งถ้าเราใส่รายละเอียดเยอะๆ หรือบอกเป็นข้อๆ ชัดเจน มันจะพยายามสร้างภาพให้ตรงตามนั้นเป๊ะๆ เลย เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความแม่นยำสูง
- จุดเด่น: แม่นยำสูง, เข้าใจรายละเอียดที่ซับซ้อน, ทำตามคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงได้ดี
- ข้อสังเกต: บางครั้งอาจจะดูแข็งๆ ไปหน่อย ถ้าคำสั่งไม่ค่อยมีลูกเล่นทางศิลปะ
- ตัวอย่าง: ถ้าบอกว่า "รูปถ่ายระยะใกล้ของนักบินอวกาศกำลังยืนอยู่บนดาวอังคาร มองออกไปที่โลก" DALL-E 3 มักจะทำออกมาได้ตรงตามนั้นเป๊ะๆ ทั้งชุดนักบินอวกาศ, พื้นผิวดาวอังคาร, และโลกที่อยู่ไกลๆ
ความแม่นยำในการสร้างภาพตาม Prompt
สรุปง่ายๆ คือ:
- Midjourney: เก่งเรื่องการตีความแบบศิลปะ อารมณ์ และสไตล์ที่กว้างๆ ถ้าอยากได้ภาพที่ดูมีกิมมิค หรือสื่อถึงความรู้สึกบางอย่าง Midjourney อาจจะตอบโจทย์กว่า
- DALL-E 3: เก่งเรื่องการทำตามคำสั่งแบบเป๊ะๆ ตรงๆ ถ้าต้องการความแม่นยำสูง หรือมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ DALL-E 3 จะไว้ใจได้มากกว่า
การเลือกใช้ตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไรจากภาพนั้นๆ ถ้าอยากได้งานศิลปะที่ AI ช่วยตีความ ก็ไป Midjourney แต่ถ้าอยากได้ภาพที่ตรงตามที่เราคิดไว้เป๊ะๆ ก็ลอง DALL-E 3 ดูนะ
ความหลากหลายของสไตล์: สร้างสรรค์ได้แค่ไหน?
สไตล์ภาพที่ Midjourney ทำได้
Midjourney นี่ต้องบอกเลยว่าเก่งเรื่องสไตล์ภาพมากๆ ครับ ถ้าคุณชอบงานแนวอาร์ตๆ หน่อย หรืออยากได้ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Midjourney คือคำตอบเลย มันสามารถสร้างภาพได้หลากหลายแนวมากๆ ตั้งแต่ภาพเหมือนจริงแบบสุดๆ ไปจนถึงแนวแฟนตาซีที่หลุดโลก หรือจะเป็นแนวภาพวาดสีน้ำมัน ภาพสเก็ตช์ หรือแม้กระทั่งสไตล์อนิเมะ ก็ทำได้ดีเยี่ยมเลยนะ
- ภาพถ่ายสมจริง: เหมือนหลุดออกมาจากกล้องโปรเลยทีเดียว
- ภาพวาด: สีน้ำ สีน้ำมัน ดินสอ หรือสีไม้ จัดมาได้หมด
- แนวแฟนตาซี/ไซไฟ: สร้างโลกใหม่ๆ ได้ตามจินตนาการ
- สไตล์อนิเมะ/มังงะ: ถูกใจสายการ์ตูนแน่นอน
- ภาพประกอบหนังสือ/นิทาน: ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่ารัก
Midjourney เหมือนมีศิลปินส่วนตัวที่พร้อมจะวาดทุกอย่างที่คุณนึกออก แค่บอกไปเดี๋ยวเขาก็จัดให้ แต่บางทีก็ต้องลองปรับคำสั่งกันหน่อยนะ กว่าจะได้ภาพที่ถูกใจเป๊ะๆ
สไตล์ภาพที่ DALL-E 3 ทำได้
DALL-E 3 ก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกันครับ จุดเด่นของเขาคือความ ยืดหยุ่น และการตีความ Prompt ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ทำให้เราได้ภาพที่ใกล้เคียงกับที่เราคิดไว้ได้ง่ายขึ้น มันเก่งในการสร้างภาพที่ดูสะอาดตา เป็นระเบียบ และมีความสมจริงในแบบของมันเอง เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องการความชัดเจน หรือภาพที่ต้องสื่อสารตรงๆ
- ภาพประกอบเชิงพาณิชย์: โปสเตอร์ โฆษณา แบนเนอร์ ทำได้ดี
- ภาพกราฟิกดีไซน์: ไอคอน โลโก้ หรือองค์ประกอบกราฟิกต่างๆ
- ภาพแนวการ์ตูน: สไตล์การ์ตูนที่ดูทันสมัย เข้าใจง่าย
- ภาพแนวสมจริง: เน้นความถูกต้องของวัตถุและสภาพแวดล้อม
- ภาพแนว Abstract: สร้างสรรค์งานศิลปะนามธรรมได้น่าสนใจ
เลือกสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ
จริงๆ แล้ว ทั้งสองตัวเก่งกันคนละแบบครับ การจะเลือกใช้ตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ภาพแบบไหน และสะดวกกับเครื่องมือแบบไหนมากกว่ากัน
- ถ้าคุณเป็นศิลปิน นักออกแบบ หรือชอบทดลองสไตล์ภาพที่แปลกใหม่ มีเอกลักษณ์: Midjourney อาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะมันมีความเป็นศิลปะสูง และสร้างสรรค์ได้หลากหลายแบบสุดๆ
- ถ้าคุณต้องการภาพที่สื่อสารตรงไปตรงมา ใช้งานง่าย หรือเน้นความสมจริงในแบบที่เข้าใจง่าย: DALL-E 3 จะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมันตีความ Prompt ได้ค่อนข้างแม่นยำ และเหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็วและชัดเจน
สุดท้ายแล้ว ลองเล่นทั้งสองตัวดูครับ แล้วคุณจะรู้เองว่าสไตล์ไหนที่ใช่สำหรับงานของคุณมากที่สุด
การปรับแต่งภาพ: ใส่ใจทุกรายละเอียด
เครื่องมือปรับแต่งของ Midjourney
Midjourney นี่ก็มีลูกเล่นให้เราเล่นเยอะนะ ไม่ใช่แค่กดสร้างแล้วจบไปเลย หลังจากที่เราได้ภาพมาแล้ว เราสามารถใช้ปุ่มต่างๆ ใต้ภาพเพื่อปรับแต่งต่อได้เลย อย่างเช่น ปุ่ม U (Upscale) เพื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นและคมชัดขึ้น หรือปุ่ม V (Variations) เพื่อสร้างภาพที่มีสไตล์คล้ายๆ กันออกมาอีกหลายๆ แบบ ถ้าไม่ถูกใจก็กดปุ่ม Refresh เพื่อสร้างใหม่ได้เรื่อยๆ เลยนะ ความเจ๋งคือเราสามารถปรับสัดส่วนภาพ (Aspect Ratio) หรือใส่ค่า Seed เดิมเพื่อสร้างภาพที่คล้ายเดิมได้ด้วย ทำให้เราควบคุมทิศทางของภาพได้มากขึ้น
เครื่องมือปรับแต่งของ DALL-E 3
DALL-E 3 จะเน้นความง่ายในการใช้งานเป็นหลักนะ เวลาเราสร้างภาพเสร็จแล้ว มันจะแสดงผลออกมาให้เราเลือกหลายๆ แบบเลย ถ้าเราอยากปรับอะไรเพิ่มเติม ก็แค่กลับไปแก้ Prompt เดิมของเรา แล้วใส่คำสั่งที่ต้องการลงไป เช่น อยากให้ตัวละครใส่หมวกสีแดง ก็แค่เพิ่มคำว่า ‘wearing a red hat’ เข้าไปใน Prompt เดิม แล้วกดสร้างใหม่เลย มันจะพยายามตีความคำสั่งของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การแก้ไขผ่าน Prompt แบบนี้อาจจะดูไม่ละเอียดเท่า Midjourney แต่ก็สะดวกดีสำหรับคนที่อยากได้ภาพเร็วๆ หรือไม่ต้องการลงลึกกับการปรับแต่งมากนัก
การแก้ไขภาพหลังสร้าง
ทั้งสองตัวก็มีวิธีจัดการกับภาพหลังสร้างที่ต่างกันไป Midjourney จะมีเครื่องมือให้กดปรับต่อได้เลยทันทีหลังสร้างเสร็จ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการความละเอียดในการปรับแต่งสูงๆ ส่วน DALL-E 3 จะเน้นให้เรากลับไปแก้ Prompt เพื่อสร้างภาพใหม่ที่ตรงใจมากขึ้น ซึ่งก็สะดวกไปอีกแบบนะ
การเลือกใช้เครื่องมือปรับแต่งก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของเราเลย ถ้าชอบลงรายละเอียดเยอะๆ Midjourney อาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าชอบความรวดเร็วและง่าย DALL-E 3 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ
ราคาและแพ็กเกจ: คุ้มค่าแค่ไหน?
ค่าใช้จ่ายของ Midjourney
มาดูกันที่เรื่องเงินทองกันบ้างนะ สำหรับ Midjourney เนี่ย ตอนนี้เค้ามีแพ็กเกจให้เลือกอยู่หลายแบบเลย หลักๆ ก็จะมี:
- Basic Plan: อันนี้จะเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มลองเล่น หรือใช้ไม่เยอะมากนัก จะได้จำนวนภาพที่สร้างได้จำกัดหน่อย แต่ก็พอให้สนุกได้เพลินๆ
- Standard Plan: อันนี้จะให้จำนวนภาพเยอะขึ้นมาหน่อย เหมาะกับคนที่เริ่มจริงจังกับการสร้างภาพมากขึ้น หรือเอาไปใช้ในโปรเจกต์เล็กๆ น้อยๆ
- Pro Plan: สำหรับสายโปรฯ ที่ต้องการสร้างภาพเยอะๆ แบบไม่จำกัด หรือต้องการความเร็วในการสร้างที่สูงขึ้น อันนี้ตอบโจทย์เลย
- Mega Plan: อันนี้คือแพ็กเกจสูงสุดสำหรับคนที่ต้องการทุกอย่างแบบจัดเต็มจริงๆ
ราคาจะแตกต่างกันไปตามจำนวน GPU Time ที่เราเลือกใช้ ยิ่งเราเลือกใช้ GPU Time เยอะ ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยนะ แต่ก็แลกมากับการสร้างภาพที่เร็วขึ้นและจำนวนภาพที่มากขึ้นนั่นเอง ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ เว็บไซต์ Midjourney ได้เลย จะมีตารางราคาบอกชัดเจนเลยว่าแต่ละแพ็กเกจได้อะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายของ DALL-E 3
ส่วน DALL-E 3 เนี่ย วิธีคิดราคาจะต่างออกไปนิดหน่อย คือเค้าจะคิดเป็นเครดิต หรือบางทีก็รวมอยู่ในแพ็กเกจของ ChatGPT Plus หรือ Microsoft Copilot แล้วแต่ว่าเราเลือกใช้งานผ่านช่องทางไหน
- ใช้งานผ่าน ChatGPT Plus: ถ้าเราสมัคร ChatGPT Plus อยู่แล้ว ก็จะสามารถใช้ DALL-E 3 ได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ก็จะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนภาพที่สร้างได้ต่อวัน หรือต่อช่วงเวลาอยู่เหมือนกันนะ
- ใช้งานผ่าน Microsoft Copilot: อันนี้ก็คล้ายๆ กัน คือถ้าเราใช้ Copilot เวอร์ชันฟรี ก็อาจจะได้ใช้ DALL-E 3 แบบจำกัดจำนวนครั้ง หรือถ้าอัปเกรดเป็นเวอร์ชันเสียเงิน ก็จะได้สิทธิ์ในการสร้างภาพที่มากขึ้น
- ซื้อเครดิตเพิ่ม: ในบางกรณี ถ้าเราใช้ภาพจนหมดโควต้าแล้ว ก็สามารถซื้อเครดิตเพิ่มได้เป็นครั้งๆ ไป
การที่ DALL-E 3 มักจะรวมอยู่ในบริการอื่น ทำให้บางทีก็รู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายกว่า โดยเฉพาะถ้าเราเป็นผู้ใช้งาน ChatGPT หรือ Microsoft อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการสร้างภาพจำนวนมากๆ แบบไม่จำกัดจริงๆ อาจจะต้องดูแพ็กเกจของ Midjourney ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เปรียบเทียบความคุ้มค่า
เอาจริงๆ เรื่องความคุ้มค่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้งานมันยังไงนะ
- ถ้าเน้นสร้างภาพเยอะๆ แบบไม่จำกัด และต้องการสไตล์ที่เฉพาะตัวมากๆ: Midjourney อาจจะตอบโจทย์กว่า เพราะมีแพ็กเกจที่ออกแบบมาให้สร้างภาพได้ไม่อั้นจริงๆ
- ถ้าเน้นความง่ายในการเข้าถึง และใช้งานควบคู่ไปกับงานเขียน หรือการแชท: DALL-E 3 ที่รวมอยู่ใน ChatGPT หรือ Copilot จะสะดวกกว่ามาก ไม่ต้องสมัครอะไรเพิ่มเยอะแยะ แค่พิมพ์บอกมันก็สร้างให้แล้ว
- ถ้าเป็นนักออกแบบ หรือศิลปินที่ต้องการควบคุมรายละเอียดภาพสูงๆ: อาจจะต้องดูว่าแพ็กเกจไหนให้เครื่องมือปรับแต่งที่เราต้องการได้ดีกว่ากัน ซึ่งตรงนี้ต้องลองเปรียบเทียบกันดูอีกที
สรุปคือ ไม่มีใครคุ้มค่าที่สุดแบบตายตัว มันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการของเราเลยล่ะ ลองชั่งน้ำหนักดูนะว่าเราเน้นอะไรมากที่สุด
ข้อจำกัดที่ควรรู้
ถึงแม้ว่า Midjourney กับ DALL-E 3 จะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดนะ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ต้องระวัง จะได้ใช้งานกันแบบเต็มประสิทธิภาพที่สุด
ข้อจำกัดของ Midjourney
Midjourney เนี่ยมีเสน่ห์ของมัน แต่ก็มีบางอย่างที่อาจจะทำให้เราหงุดหงิดได้เหมือนกันนะ
- การเข้าถึง: ตอนนี้ Midjourney ยังต้องใช้ผ่าน Discord เป็นหลัก ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ต้องเรียนรู้วิธีใช้ Discord เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย
- การควบคุมที่ละเอียด: บางทีการจะสั่งให้ Midjourney ทำตามที่เราเป๊ะๆ มันก็ยากนะ บางทีภาพที่ได้ก็อาจจะออกมาไม่ตรงใจ 100% ต้องลองปรับ Prompt กันหลายรอบหน่อย
- ข้อจำกัดด้านเนื้อหา: เหมือน AI สร้างภาพทั่วไป Midjourney ก็มีกฎเรื่องการสร้างภาพที่ไม่เหมาะสม หรือละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้ว อันนี้ก็ต้องเข้าใจตรงกันนะ
- การใช้งานฟรีมีจำกัด: ถ้าอยากใช้แบบเต็มที่ ก็ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงินนะ การใช้งานฟรีมีโควต้าจำกัด
ข้อจำกัดของ DALL-E 3
DALL-E 3 เองก็มีมุมที่ต้องพิจารณาเหมือนกันนะ
- การผูกติดกับแพลตฟอร์ม: ส่วนใหญ่เราจะเข้าถึง DALL-E 3 ผ่าน ChatGPT Plus หรือ Microsoft Copilot ซึ่งถ้าใครไม่ได้สมัครบริการเหล่านี้ ก็อาจจะเข้าถึงได้ยากหน่อย หรือมีข้อจำกัดในการใช้งาน
- สไตล์ภาพที่อาจจะดู ‘AI’ เกินไป: บางครั้งภาพที่ DALL-E 3 สร้างออกมา อาจจะดูสมจริงเกินไปจนบางทีก็รู้สึกว่ามัน ‘AI’ ชัดเจนไปหน่อย ไม่ได้มีความเป็นศิลปะหรือความดิบแบบที่บางคนชอบ
- การปรับแต่งหลังสร้าง: ถึงแม้จะตีความ Prompt ได้ดี แต่เครื่องมือในการปรับแต่งภาพหลังจากสร้างเสร็จแล้ว อาจจะยังไม่หลากหลายเท่า Midjourney
- ข้อจำกัดด้านเนื้อหา: เช่นเดียวกับ Midjourney, DALL-E 3 ก็มีข้อจำกัดเรื่องการสร้างภาพที่ไม่เหมาะสม หรือละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน
สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งาน
ไม่ว่าจะเลือกใช้ตัวไหน สิ่งสำคัญคือการใช้งานอย่างมีสติและเข้าใจข้อจำกัดของมันนะ
การสร้างภาพด้วย AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็เหมือนเครื่องมืออื่นๆ ที่ต้องเรียนรู้วิธีใช้ให้ถูกทาง การเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละโปรแกรมจะช่วยให้เราทำงานได้ราบรื่นขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากขึ้นนะ
- การละเมิดลิขสิทธิ์: ระวังการนำภาพที่สร้างไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ตรวจสอบให้ดี หรือการสร้างภาพที่เหมือนงานของศิลปินคนอื่นมากเกินไป
- ข้อมูลส่วนบุคคล: อย่าใส่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนลงไปใน Prompt เด็ดขาด เพราะข้อมูลอาจจะถูกนำไปใช้ในการฝึกฝน AI ได้
- ความคาดหวัง: อย่าคาดหวังว่า AI จะเข้าใจทุกอย่างที่เราต้องการได้ 100% เสมอไป การทดลองและปรับเปลี่ยน Prompt คือหัวใจสำคัญ
- การใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ: ใช้ AI ในทางที่สร้างสรรค์และไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้อื่นนะ
กรณีศึกษา: ใครเหมาะกับใคร?
เอาล่ะ มาดูกันว่า Midjourney กับ DALL-E 3 เนี่ย มันเหมาะกับใครกันบ้างนะ จะได้เลือกใช้กันถูก
เหมาะสำหรับศิลปินและนักออกแบบ
ถ้าคุณเป็นสายอาร์ต เป็นนักวาด นักออกแบบ หรือคนที่ชอบสร้างสรรค์งานภาพสวยๆ แบบจัดเต็ม Midjourney น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีเลยล่ะ เพราะมันเก่งเรื่องการสร้างภาพที่มีสไตล์เฉพาะตัวมากๆ แถมยังให้รายละเอียดที่ลึกซึ้ง ดูแล้วมีอารมณ์ศิลป์สุดๆ ลองนึกภาพว่าคุณอยากได้ภาพแนวแฟนตาซี ภาพสีน้ำมัน หรือภาพสไตล์อนิเมะแบบญี่ปุ่น Midjourney ทำได้สบายๆ เลยนะ มันเหมือนมีสตูดิโอศิลปะส่วนตัวเลยก็ว่าได้
- สร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เหมือนใคร
- ทดลองสไตล์ภาพใหม่ๆ ได้ไม่จำกัด
- ได้ภาพที่มีความลึกซึ้งทางอารมณ์
เหมาะสำหรับนักการตลาดและนักสร้างคอนเทนต์
สำหรับใครที่ทำงานด้านการตลาด ทำคอนเทนต์ลงโซเชียล หรือต้องทำสื่อโฆษณาบ่อยๆ DALL-E 3 จะเป็นเพื่อนคู่ใจที่ดีมากๆ เลย เพราะมันเข้าใจคำสั่งที่เราบอกได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา แถมยังสร้างภาพที่ดูสมจริง เข้าใจง่าย เหมาะกับการเอาไปใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว ลองนึกภาพว่าคุณต้องทำภาพประกอบบทความ ทำกราฟิกสำหรับโพสต์ หรือทำภาพแบนเนอร์ DALL-E 3 ช่วยให้งานของคุณดูเป็นมืออาชีพขึ้นเยอะเลยนะ แถมยังช่วยให้คุณ สร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ไวขึ้น ด้วย
- สร้างภาพประกอบที่สื่อสารได้ตรงประเด็น
- ทำกราฟิกสำหรับโซเชียลมีเดียได้ง่ายๆ
- ได้ภาพที่ดูสมจริง เหมาะกับการใช้งานทั่วไป
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มเล่นกับ AI สร้างภาพ และอยากได้อะไรที่ใช้งานง่ายๆ ไม่ซับซ้อน DALL-E 3 อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านิดหน่อย เพราะมันทำงานผ่าน ChatGPT ทำให้การป้อนคำสั่งหรือการปรับแก้ทำได้ง่ายกว่า แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะเรียนรู้และอยากได้ภาพที่มีความอาร์ตมากๆ ล่ะก็ Midjourney ก็ไม่ได้ยากเกินไปนะ แค่ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับมันหน่อย
การเลือกใช้ AI สร้างภาพ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสไตล์งานของคุณเป็นหลัก ลองเล่นทั้งสองตัวแล้วดูว่าตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณที่สุดนะ
อนาคตของ Midjourney vs DALL-E 3
การพัฒนาที่น่าจับตามอง
บอกเลยว่าวงการ AI สร้างภาพนี่ไปไวมากจริงๆ ทั้ง Midjourney และ DALL-E 3 ต่างก็มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราได้เห็นอะไรเจ๋งๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- Midjourney กำลังซุ่มพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ที่จะทำให้ภาพดูสมจริงและมีรายละเอียดมากขึ้นไปอีก อาจจะมีการเพิ่มความสามารถในการควบคุมองค์ประกอบภาพได้ละเอียดกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งการสร้างภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ ก็เป็นไปได้นะ
- DALL-E 3 ที่ตอนนี้ผูกกับ ChatGPT อยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะฉลาดขึ้นไปอีกในการตีความคำสั่งที่ซับซ้อน หรือการสร้างภาพที่สอดคล้องกับบริบทของการสนทนามากขึ้น อาจจะเห็นการผสมผสานกับโมเดลภาษาอื่นๆ เพื่อให้การสร้างสรรค์เป็นไปอย่างราบรื่น
อนาคตคือการทำให้ AI เข้าใจเราได้เหมือนเพื่อนรู้ใจเลยล่ะ
เทรนด์ AI สร้างภาพในปีหน้า
ปีหน้าเราน่าจะได้เห็นเทรนด์ AI สร้างภาพที่น่าสนใจหลายอย่างเลยนะ
- ความสมจริงที่เหนือกว่าเดิม: ภาพที่ออกมาจะแยกไม่ออกกับของจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแสงเงา พื้นผิว และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
- การควบคุมที่ละเอียด: ผู้ใช้จะสามารถกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ในภาพได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่บอกคร่าวๆ แต่สามารถระบุตำแหน่ง ขนาด หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของตัวละครได้
- AI ที่ทำงานร่วมกัน: เราอาจจะได้เห็น AI ที่สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมออกแบบอื่นๆ ได้อย่างลงตัว หรือแม้กระทั่ง AI ที่ช่วยในการแก้ไขงานออกแบบที่มีอยู่แล้ว
- การสร้างสรรค์แบบใหม่ๆ: อาจจะมีรูปแบบการสร้างภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้น เช่น การสร้างภาพ 3 มิติ หรือการสร้างภาพที่ตอบสนองต่อเสียงหรือการเคลื่อนไหว
สิ่งสำคัญคือการตามให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และลองนำเครื่องมือเหล่านี้มาปรับใช้กับการทำงานหรือโปรเจกต์ของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สงสัยไหมว่า Midjourney กับ DALL-E 3 ใครเจ๋งกว่ากัน? ทั้งสองตัวนี้สร้างรูปภาพจากข้อความได้สุดยอด แต่ก็มีจุดเด่นต่างกันนะ ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องมือไหนเหมาะกับงานของคุณที่สุด ลองเข้ามาดูข้อมูลเปรียบเทียบแบบละเอียดได้เลยที่เว็บไซต์ของเรา แล้วคุณจะค้นพบว่าการสร้างสรรค์ภาพสวยๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!
สรุปแล้ว เลือกตัวไหนดี?
เอาล่ะ มาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้วนะ สรุปง่ายๆ เลยคือ Midjourney กับ DALL-E 3 เนี่ย มันก็มีดีกันคนละแบบแหละ ถ้าชอบแบบที่ภาพออกมาดูอาร์ตๆ หน่อย มีสไตล์เป็นของตัวเอง Midjourney ก็ยังน่าสนใจอยู่มากนะ แต่ถ้าอยากได้ภาพที่ตรงตามที่เราสั่งเป๊ะๆ เข้าใจง่ายๆ DALL-E 3 ก็ทำได้ดีเลยทีเดียว บางทีก็เหมือนมันอ่านใจเราออกเลยนะ! ปี 2025 นี้ เทคโนโลยีมันไปไวมากจริงๆ ทั้งสองตัวนี้ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แหละ ลองใช้ดูเองแล้วจะรู้ว่าชอบอันไหนมากกว่ากันนะ บางทีคำตอบที่ดีที่สุดก็อยู่ที่มือเรานี่แหละ ลองเล่นดู!
คำถามที่พบบ่อย
Midjourney กับ DALL-E 3 ต่างกันยังไง?
Midjourney เก่งเรื่องสร้างภาพสวยๆ มีสไตล์เป็นของตัวเอง ส่วน DALL-E 3 จะเข้าใจคำสั่งของเราได้ดีกว่า และสร้างภาพได้ตรงตามที่เราบอกเป๊ะๆ เลย
อันไหนใช้ง่ายกว่ากัน?
DALL-E 3 อาจจะใช้ง่ายกว่านิดหน่อย เพราะเราแค่พิมพ์บอกมันตรงๆ ก็ได้ภาพแล้ว ส่วน Midjourney ต้องเรียนรู้วิธีเขียนคำสั่งให้มันเข้าใจมากขึ้นหน่อย
ภาพที่ได้จาก Midjourney สวยไหม?
สวยมาก! Midjourney ชอบสร้างภาพที่มีความอาร์ต มีสไตล์เฉพาะตัว ดูแล้วเหมือนงานศิลปะเลย
DALL-E 3 สร้างภาพได้เหมือนจริงแค่ไหน?
DALL-E 3 ทำได้ดีมากในการสร้างภาพที่เหมือนจริง หรือตามที่เราจินตนาการไว้ มันเข้าใจรายละเอียดที่เราบอกได้ดี
ถ้าอยากได้ภาพตามที่คิดเป๊ะๆ ควรใช้ตัวไหน?
ถ้าอยากให้ภาพออกมาตรงตามที่เราคิดทุกอย่าง DALL-E 3 จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะมันตีความคำสั่งได้แม่นยำ
ปรับแต่งภาพที่สร้างได้ไหม?
ทั้งสองตัวมีเครื่องมือให้ปรับแต่งภาพได้นะ แต่ Midjourney อาจจะมีลูกเล่นให้เล่นเยอะกว่าหน่อย ส่วน DALL-E 3 ก็ปรับแก้ได้ตามที่เราสั่ง
ต้องเสียเงินเท่าไหร่ถึงจะใช้ได้?
ทั้งสองตัวมีแพ็กเกจให้เลือกหลายราคา Midjourney จะมีค่าใช้จ่ายรายเดือน ส่วน DALL-E 3 อาจจะรวมอยู่ในบริการอื่น หรือมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ต้องลองไปดูรายละเอียดของแต่ละตัว
ใครเหมาะกับ Midjourney และใครเหมาะกับ DALL-E 3?
ถ้าเป็นศิลปิน นักออกแบบ หรือคนที่ชอบภาพแนวอาร์ตๆ Midjourney อาจจะใช่เลย แต่ถ้าเป็นนักการตลาด หรือคนที่ต้องการภาพตามที่สั่งเป๊ะๆ DALL-E 3 จะเหมาะกว่า