เทคนิคทำ Link Building ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google อย่างยั่งยืน

เทคนิคทำ Link Building ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

การทำ Link Building ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google อย่างยั่งยืนนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้าเรารู้หลักการและลงมือทำอย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคขั้นสูงที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ มาดูกันว่าเราจะเริ่มยังไงให้เว็บไซต์ของเราไปได้ไกลแบบไม่สะดุดกันครับ

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

  • การทำ Link Building ที่ดีคือการสร้างความสัมพันธ์และให้คุณค่า ไม่ใช่แค่การขอลิงก์กลับมาเฉยๆ
  • คอนเทนต์คุณภาพคือหัวใจสำคัญที่จะดึงดูดให้คนอยากทำ Link Building ให้เราเอง
  • การหาโอกาสทำ Link Building ควรเริ่มจากการมองหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันและวิเคราะห์คู่แข่ง
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของเว็บไซต์อื่นจะช่วยให้การทำ Link Building ง่ายขึ้นและยั่งยืน
  • การวัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอ จะช่วยให้เราตามทันการเปลี่ยนแปลงของ Google และรักษาอันดับได้

เข้าใจหลักการ ทำ Link Building ให้ปัง

ลูกศรชี้ขึ้นพร้อมลิงก์ดิจิทัล

ก่อนจะไปลุยเรื่องเทคนิคต่างๆ เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนดีกว่าเนอะ การทำ Link Building เนี่ย มันไม่ใช่แค่การไปแปะๆ ลิงก์มั่วๆ แล้วจะทำให้เว็บเราติดอันดับได้ง่ายๆ นะ มันมีหลักการของมันอยู่

ทำไม Backlink ถึงสำคัญกับ Google

ลองนึกภาพตามนะ เวลาเราอยากรู้เรื่องอะไรสักอย่าง แล้วเราไปถามเพื่อน เพื่อนก็มักจะแนะนำแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือใช่ป่ะ? Google ก็คิดแบบนั้นแหละ Backlink ก็เหมือนกับการที่เว็บไซต์อื่นแนะนำเว็บไซต์ของเรา ยิ่งมีเว็บดีๆ น่าเชื่อถือเยอะๆ มาลิงก์หาเรามากเท่าไหร่ Google ก็ยิ่งมองว่าเว็บเรามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์กับคนอ่านมากขึ้นเท่านั้น มันเลยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บเรามีอันดับที่ดีขึ้นไง

ประเภทของ Backlink ที่ควรรู้

Backlink ไม่ได้มีแค่แบบเดียวเด้อ มันมีหลายประเภท ลองมาดูกัน:

  • Dofollow Links: อันนี้คือลิงก์ปกติที่เราเห็นกันทั่วไป ลิงก์แบบนี้จะส่งค่า ‘authority’ หรือความน่าเชื่อถือจากเว็บต้นทางไปยังเว็บปลายทาง ทำให้เว็บเรามีน้ำหนักมากขึ้นในสายตา Google
  • Nofollow Links: ลิงก์ประเภทนี้จะบอก Google ว่า ‘ไม่ต้องตามไปนะ’ หรือ ‘ไม่ต้องส่งค่าความน่าเชื่อถือไปนะ’ ส่วนใหญ่จะเจอในคอมเมนต์ตามบล็อก หรือลิงก์ที่มาจากโซเชียลมีเดียต่างๆ แม้จะไม่ได้ส่งค่าตรงๆ แต่ก็ช่วยเรื่องการมองเห็นและการเข้าชมได้นะ
  • Sponsored Links: ลิงก์ที่มาจากโฆษณา หรือการจ่ายเงินเพื่อรีวิวต่างๆ Google จะมองว่าเป็นลิงก์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
  • UGC Links: ย่อมาจาก User Generated Content หมายถึงลิงก์ที่มาจากเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง เช่น ในฟอรั่ม หรือคอมเมนต์ต่างๆ

ความแตกต่างระหว่าง Link Building ที่ดีและไม่ดี

อันนี้สำคัญมากเลยนะ ต้องแยกให้ออก ไม่งั้นอาจจะโดน Google ลงโทษเอาได้

  • Link Building ที่ดี:
    • มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา
    • มาจากเว็บที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ (Domain Authority สูง)
    • เป็นลิงก์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ คนอื่นอยากลิงก์มาหาเราเอง
    • มี Anchor Text (ข้อความที่ใช้ทำลิงก์) ที่หลากหลายและเกี่ยวข้องกับเนื้อหา
  • Link Building ที่ไม่ดี:
    • มาจากเว็บสแปม หรือเว็บที่ไม่มีคุณภาพ
    • ซื้อขายลิงก์กันอย่างโจ่งแจ้ง
    • ใช้โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ
    • มี Anchor Text ซ้ำๆ เดิมๆ มากเกินไป
    • ลิงก์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเลย
การทำ Link Building ที่ดีคือการสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์อื่น และสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพจนคนอยากอ้างอิงถึง ไม่ใช่การพยายามหาทางลัดเพื่อหลอก Google นะจ๊ะ

สร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ ดึงดูด Backlink

มาถึงหัวข้อสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป นั่นก็คือเรื่องของคอนเทนต์นี่แหละครับ ถ้าคอนเทนต์เราไม่เจ๋งจริง จะไปขอให้ใครมาลิงก์ให้มันก็ยากหน่อย จริงไหม?

คอนเทนต์แบบไหนที่คนอยากแชร์

จริงๆ แล้วมันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอกนะว่าคอนเทนต์แบบไหนจะปังที่สุด แต่มันมีแนวโน้มที่คนจะชอบและอยากแชร์ต่อๆ กันไป ลองดูลิสต์นี้:

  • คอนเทนต์ที่ให้ความรู้แบบจัดเต็ม: พวก How-to, คู่มือฉบับสมบูรณ์, หรือการวิเคราะห์เจาะลึกอะไรสักอย่างที่หาอ่านยากๆ
  • คอนเทนต์ที่แก้ปัญหาให้คนอ่านได้จริง: ถ้าคนอ่านเจอปัญหา แล้วเข้ามาเจอเราที่ให้ทางออกได้ เขาจะรู้สึกดีมากๆ เลยนะ
  • คอนเทนต์ที่น่าสนใจและแปลกใหม่: อะไรที่มันไม่ซ้ำใคร มีมุมมองที่น่าสนใจ หรือเป็นเรื่องที่กำลังฮิตๆ อยู่
  • คอนเทนต์ที่อ่านสนุก เข้าใจง่าย: ไม่ใช่แค่ให้ข้อมูลนะ แต่ต้องเล่าเรื่องให้น่าติดตามด้วย

หัวใจสำคัญคือการสร้างคอนเทนต์ที่คนอยากอ้างอิงถึง เพราะมันมีประโยชน์กับพวกเขาจริงๆ

เทคนิคเขียนบทความให้คนอยากทำ Link Building

การจะเขียนให้คนอยากทำลิงก์กลับมาเนี่ย มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่การเขียนให้ดีเฉยๆ นะครับ ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปปรับใช้ดู:

  1. ทำ Research ให้แน่น: ข้อมูลต้องเป๊ะ น่าเชื่อถือ อ้างอิงแหล่งที่มาได้ จะทำให้คนมั่นใจ
  2. ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย: หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคยากๆ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หรือถ้าใช้ก็ต้องอธิบายให้ชัดเจน
  3. จัดรูปแบบให้อ่านสบายตา: ใช้หัวข้อย่อย, bullet points, หรือตัวหนาเน้นข้อความสำคัญ จะช่วยให้คนอ่านไม่เบื่อ
  4. ใส่ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนใคร: ลองหาข้อมูลสถิติ, ผลสำรวจ, หรือมุมมองส่วนตัวที่หาจากที่อื่นไม่ได้
  5. สร้างคอนเทนต์ที่สามารถอัปเดตได้เรื่อยๆ: พวกข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ถ้าเราอัปเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ ก็จะเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีได้

ใช้รูปภาพและวิดีโอให้เป็นประโยชน์

อย่ามองข้ามพลังของภาพและวิดีโอเด็ดขาดเลยนะ! คอนเทนต์ที่มีภาพประกอบสวยๆ หรือวิดีโอที่น่าสนใจ จะช่วยดึงดูดสายตาคนอ่านได้ดีกว่าข้อความล้วนๆ เยอะเลย ลองทำ Infographic สวยๆ หรือวิดีโอสั้นๆ ที่สรุปประเด็นสำคัญของบทความก็ได้นะ มันจะทำให้คอนเทนต์ของเราดูน่าสนใจและแชร์ได้ง่ายขึ้นเยอะเลย การมี คอนเทนต์คุณภาพ ที่ดี จะช่วยให้คนอยากแชร์และอ้างอิงถึงได้ง่ายขึ้นจริงๆ

หาโอกาส ทำ Link Building จากเว็บไซต์อื่น

พอเรามีคอนเทนต์ดีๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการหาว่าใครบ้างที่จะมาลิงก์หาเรา หรือเราจะไปขอลิงก์จากใครได้บ้าง การหาโอกาสจากเว็บอื่นนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการทำ Link Building เลยนะ

มองหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ลองคิดดูว่าเว็บของเราเกี่ยวกับอะไร สมมติว่าเราทำเว็บเกี่ยวกับกาแฟ เราก็ควรมองหาเว็บอื่นๆ ที่พูดถึงกาแฟเหมือนกัน เช่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ อุปกรณ์ชงกาแฟ หรือแม้แต่เว็บรีวิวเครื่องดื่มต่างๆ เพราะเว็บพวกนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกับเรา โอกาสที่เขาจะสนใจลิงก์มาหาเรา หรือเราจะไปขอลิงก์จากเขาก็มีสูงกว่าเว็บที่ไม่เกี่ยวกันเลย

ใช้เครื่องมือช่วยค้นหาโอกาส

สมัยนี้มีเครื่องมือเยอะแยะเลยที่ช่วยเราได้นะ ไม่ต้องมานั่งไล่หาเองให้เหนื่อย เช่น Ahrefs, SEMrush หรือ Moz พวกนี้จะช่วยเราหาเว็บที่ลิงก์มาหาคู่แข่งของเรา หรือเว็บที่มีคีย์เวิร์ดที่เราสนใจ ลองใช้ฟีเจอร์พวกนี้ดู มันจะแสดงรายชื่อเว็บที่น่าสนใจ พร้อมข้อมูลต่างๆ มาให้เลย

วิเคราะห์โปรไฟล์ Backlink ของคู่แข่ง

อันนี้เป็นวิธีที่เวิร์คมาก ลองเอาชื่อเว็บคู่แข่งที่เราเห็นว่าอันดับดีๆ มาใส่ในเครื่องมือพวกนั้นดู แล้วดูว่าเขาได้ลิงก์มาจากเว็บไหนบ้าง เว็บไหนที่ดูมีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรา เราก็จดไว้เลย แล้วลองไปดูว่าเราจะขอลิงก์จากเว็บพวกนั้นได้บ้างไหม หรือจะสร้างคอนเทนต์ที่เจ๋งกว่าจนเว็บพวกนั้นอยากลิงก์มาหาเราเองก็ได้

การวิเคราะห์คู่แข่งจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมว่าตลาดของเรามีใครบ้างที่ทำ Link Building อยู่ และเขาใช้วิธีไหนกัน การรู้เขารู้เราจะทำให้เราวางแผนได้ดีขึ้นเยอะเลยนะ
  • หาเว็บที่มีเนื้อหาคล้ายกัน: ยิ่งคล้ายยิ่งดี โอกาสสำเร็จสูง
  • ใช้เครื่องมือช่วย: ประหยัดเวลาและได้ข้อมูลที่แม่นยำ
  • ดูโปรไฟล์ลิงก์คู่แข่ง: เป็นแหล่งไอเดียชั้นดีในการหาโอกาส
  • อย่ามองข้ามเว็บเล็กๆ: บางทีเว็บเล็กๆ ที่มีคุณภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็มีค่ามากกว่าเว็บใหญ่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกันเลยนะ

เทคนิคเจาะใจเจ้าของเว็บไซต์

การจะขอลิงก์จากเว็บอื่นเนี่ย มันไม่ใช่แค่การส่งอีเมลไปแล้วก็รอให้เขาตอบกลับนะ เราต้องทำให้เจ้าของเว็บเขารู้สึกว่าการให้ลิงก์เรามันคุ้มค่าจริงๆ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง

การติดต่อแบบมืออาชีพ

เวลาจะติดต่อไปหาใครสักคน สิ่งแรกที่เขาจะเห็นคืออีเมลหรือข้อความที่เราส่งไปนี่แหละ ถ้าเขียนแบบขอไปที หรือดูไม่น่าเชื่อถือ เขาก็คงไม่สนใจหรอกนะ ลองทำตามนี้ดู:

  • หาชื่อผู้ติดต่อ: ถ้าเป็นไปได้ พยายามหาชื่อคนที่จะติดต่อโดยตรง จะดูใส่ใจมากกว่าการส่งไปที่อีเมลกลาง
  • เขียนหัวข้ออีเมลให้น่าสนใจ: ทำให้เขารู้ทันทีว่าเกี่ยวกับอะไร และทำไมเขาควรอ่านต่อ เช่น "ไอเดียคอนเทนต์ใหม่สำหรับเว็บ [ชื่อเว็บเขา]" หรือ "ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง [ส่วนที่เกี่ยวข้องบนเว็บเขา]"
  • แนะนำตัวเองสั้นๆ: บอกว่าเราเป็นใคร มาจากเว็บอะไร และทำไมถึงติดต่อมา
  • แสดงความชื่นชม: ถ้าชอบเว็บของเขาจริงๆ ลองบอกเขาไปเลยว่าชอบอะไรในเว็บเขาบ้าง มันแสดงว่าเราทำการบ้านมาดี

เสนอคุณค่าที่มากกว่าแค่ขอลิงก์

ไม่มีใครอยากให้ลิงก์ฟรีๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมาหรอกนะ เราต้องคิดว่าเราจะให้ประโยชน์อะไรกับเว็บของเขาได้บ้าง ลองดูไอเดียพวกนี้:

  • เสนอคอนเทนต์ที่เสริมกัน: ถ้าเรามีบทความที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกันและช่วยเติมเต็มข้อมูลในเว็บของเขาได้ ก็ลองเสนอไป อาจจะเป็นบทความที่เราเขียนเอง หรือบทความที่น่าสนใจจากที่อื่นก็ได้
  • ช่วยโปรโมทคอนเทนต์ของเขา: เราอาจจะเสนอว่าจะช่วยแชร์บทความดีๆ ของเขาลงในโซเชียลมีเดียของเรา หรือจะช่วยโปรโมทในช่องทางอื่นๆ ที่เรามี
  • ให้ข้อมูลเชิงลึก หรือสถิติ: ถ้าเรามีข้อมูลที่น่าสนใจ หรือผลสำรวจที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเขา การแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการ
  • เสนอให้เขียน Guest Post: การเขียนบทความให้เว็บของเขา ก็เป็นอีกวิธีที่แสดงความตั้งใจ และยังได้ลิงก์กลับมาด้วย
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของเว็บไซต์อื่น คือหัวใจสำคัญของการทำ Link Building ที่ยั่งยืน มันไม่ใช่แค่การขอลิงก์ แต่เป็นการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือที่จะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่ายในระยะยาว

สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

อย่าคิดว่าการขอลิงก์ครั้งเดียวจบนะ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของเว็บไซต์อื่นจะช่วยให้เรามีโอกาสได้ลิงก์ดีๆ ในอนาคตอีกเยอะเลย ลองทำแบบนี้ดู:

  • ติดตามและมีส่วนร่วม: กดติดตามโซเชียลมีเดียของเขา คอมเมนต์ หรือแชร์คอนเทนต์ของเขาบ้างเป็นครั้งคราว
  • ให้ความช่วยเหลือ: ถ้าเห็นว่ามีอะไรที่เราพอจะช่วยได้ หรือมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กับเขา ก็ลองเสนอไปโดยไม่ต้องหวังผลตอบแทนทันที
  • รักษาคำพูด: ถ้าเราสัญญาว่าจะทำอะไรให้ ก็ต้องทำให้ได้ตามนั้น ความน่าเชื่อถือสำคัญมาก
  • ขอบคุณเสมอ: เมื่อได้รับลิงก์ หรือความช่วยเหลืออะไรก็ตาม อย่าลืมกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

จำไว้ว่าการทำ Link Building ที่ดี มันคือการสร้างคุณค่าให้กันและกันนะ ไม่ใช่แค่การไปขออะไรเฉยๆ ถ้าเราทำได้แบบนี้ เว็บไซต์ของเราก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาวเลยล่ะ ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะ แล้วจะเห็นผลเองว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีมันช่วยให้การทำ SEO ของเราง่ายขึ้นเยอะเลย

ทำ Link Building ผ่าน Guest Blogging

เลือกบล็อกที่ใช่สำหรับคุณ

การจะทำ Guest Blogging ให้ได้ผลดีเนี่ย มันไม่ใช่แค่การหาบล็อกอะไรก็ได้แล้วไปโพสต์นะ เราต้องเลือกให้ดีก่อน

  • หาบล็อกที่มีกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกับเรา: ลองคิดดูว่าคนที่อ่านบล็อกนั้นๆ เนี่ย เขาเป็นลูกค้าเราได้ไหม ถ้าใช่ ก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว
  • ดูความน่าเชื่อถือของบล็อก: บล็อกนั้นมีคนอ่านเยอะไหม มีการอัปเดตสม่ำเสมอหรือเปล่า ถ้าดูแล้วน่าเชื่อถือ ก็มีโอกาสที่ลิงก์ที่เราได้กลับมาจะมีคุณภาพ
  • เช็คว่าเขารับ Guest Post หรือเปล่า: บางทีเราอาจจะชอบบล็อกนั้นมาก แต่เขาอาจจะไม่ได้เปิดรับบทความจากคนนอก ก็ต้องดูให้ดีก่อน

เขียนบทความให้มีคุณค่า

พอเลือกบล็อกได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนบทความนี่แหละ หัวใจสำคัญคือต้องเขียนให้มีประโยชน์กับคนอ่านบล็อกนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ยัดเยียดขายของตัวเอง

  • หาหัวข้อที่น่าสนใจ: ลองดูว่าช่วงนี้คนในวงการนั้นๆ เขาสนใจเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาอะไรที่ยังไม่มีใครแก้ให้ ลองเอามาเขียนดู
  • เขียนให้ละเอียด เข้าใจง่าย: อธิบายให้เห็นภาพ ไม่ต้องใช้ศัพท์เทคนิคเยอะเกินไป ถ้ามีข้อมูล สถิติ หรือตัวอย่างประกอบ จะยิ่งดีเลย
  • ทำให้บทความของเราแตกต่าง: ลองหาแง่มุมใหม่ๆ หรือมุมมองที่เรามี ที่คนอื่นอาจจะยังไม่ได้พูดถึง

ใส่ลิงก์กลับอย่างแนบเนียน

เวลาเขียนบทความเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาใส่ลิงก์กลับไปที่เว็บเราแล้วล่ะ แต่ต้องทำให้เนียนๆ นะ ไม่ใช่แปะลิงก์ไปดื้อๆ

  • ใส่ลิงก์ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: ถ้าเราพูดถึงเรื่องอะไรที่เว็บเรามีข้อมูลเชิงลึกกว่า ก็ใส่ลิงก์ไปตรงนั้นเลย คนอ่านจะได้รู้สึกว่าลิงก์นั้นมีประโยชน์จริงๆ
  • ใส่ลิงก์ในส่วน Bio: ส่วนใหญ่บล็อกที่รับ Guest Post จะมีให้เราเขียนแนะนำตัวสั้นๆ พร้อมใส่ลิงก์เว็บไซต์ของเราได้ อันนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการใส่ลิงก์เยอะเกินไป: แค่ 1-2 ลิงก์ก็พอแล้ว ถ้าใส่เยอะไป เดี๋ยวจะดูเหมือนสแปม ทำให้คนอ่านรำคาญ แล้วก็อาจจะโดน Google มองไม่ดีด้วย
การทำ Guest Blogging เป็นวิธีที่ดีในการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ เพราะเราได้สร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ให้กับเว็บไซต์อื่น และยังเป็นการแนะนำตัวเองให้คนในวงการรู้จักอีกด้วย

ใช้ประโยชน์จาก Social Media

ใครว่าโซเชียลมีเดียมีไว้แค่คุยเล่น? จริงๆ แล้วมันเป็นเครื่องมือชั้นดีในการทำ Link Building เลยนะ ถ้าเราใช้ให้ถูกวิธี

โปรโมทคอนเทนต์ให้เข้าถึงง่าย

พอเราสร้างคอนเทนต์ดีๆ ขึ้นมาแล้ว อย่าเก็บไว้ดูคนเดียว! เอาไปแชร์ตามช่องทางโซเชียลที่เรามีเลย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, LinkedIn หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่กลุ่มเป้าหมายเราอยู่ การแชร์บ่อยๆ ช่วยให้คนเห็นคอนเทนต์เรามากขึ้น โอกาสที่เขาจะแวะเข้ามาอ่าน แล้วอาจจะอยากทำลิงก์กลับมาหาเราก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย

สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม

อย่าแค่โพสต์แล้วจบนะ ลองชวนคุย ชวนถามคำถาม หรือตอบคอมเมนต์ต่างๆ ที่แฟนเพจหรือผู้ติดตามเราเข้ามาคุยด้วย การสร้างปฏิสัมพันธ์แบบนี้ทำให้คนรู้สึกผูกพันกับแบรนด์เรามากขึ้น พอเขาชอบเรา เขาก็มีแนวโน้มที่จะพูดถึงเรา หรือแชร์คอนเทนต์ของเราออกไปให้คนอื่นเห็น ซึ่งนี่แหละคือการสร้างโอกาสในการทำ Link Building แบบเนียนๆ

ลิงก์จากโซเชียลช่วยเรื่องอะไรบ้าง

หลายคนอาจจะสงสัยว่าลิงก์จากโซเชียลมีเดียมันช่วยอะไรจริงๆ เหรอ? มันช่วยได้หลายอย่างเลยนะ

  • เพิ่ม Traffic: คนเห็นโพสต์เราเยอะๆ ก็คลิกเข้ามาที่เว็บเรามากขึ้นไง
  • สร้าง Brand Awareness: คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น พอมีคนรู้จักเยอะๆ ก็มีโอกาสที่เขาจะอ้างอิงถึงเรา
  • ส่งสัญญาณดีๆ ให้ Google: แม้ว่าลิงก์โซเชียลอาจจะไม่ได้มีน้ำหนักเท่าลิงก์จากเว็บอื่นโดยตรง แต่การที่คอนเทนต์เราถูกแชร์เยอะๆ มันก็เป็นสัญญาณว่าคอนเทนต์เราน่าสนใจนะ
  • ช่วยให้ค้นหาเจอง่ายขึ้น: เวลาคนค้นหาชื่อแบรนด์เราบน Google โซเชียลมีเดียก็มักจะขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ด้วย
การใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ในการทำ Link Building ไม่ใช่แค่การแปะลิงก์ไปเรื่อยๆ แต่มันคือการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ชวนให้คนอยากแชร์ อยากพูดถึง และอยากเข้ามาดูคอนเทนต์อื่นๆ ของเราอีกต่างหาก

ลองคิดดูนะ ถ้าเรามีโพสต์ที่คนแชร์เป็นร้อยเป็นพันครั้ง มันก็เหมือนเราได้ป้ายโฆษณาฟรีๆ ที่เข้าถึงคนจำนวนมากเลยนะ

การทำ Link Building แบบธรรมชาติ

การสร้างลิงก์ธรรมชาติเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

สร้างคอนเทนต์ที่คนอยากอ้างอิง

การทำ Link Building แบบธรรมชาติเนี่ย หัวใจสำคัญมันอยู่ที่การสร้างคอนเทนต์ที่มันดีจริงๆ จนคนอื่นอยากจะหยิบไปอ้างอิงถึงเองโดยที่เราไม่ต้องไปขอเลยนะ ลองคิดดูสิ ถ้าเราเจอข้อมูลเจ๋งๆ หรือบทความที่ให้ประโยชน์มากๆ เราก็อยากจะแชร์หรือลิงก์ไปให้คนอื่นรู้ใช่ไหมล่ะ? นั่นแหละคือสิ่งที่ Google มองหาเลย

คอนเทนต์ที่ดีมันต้องตอบโจทย์คนอ่านจริงๆ อาจจะเป็นข้อมูลเชิงลึกที่หาที่อื่นไม่ได้, สถิติที่น่าสนใจ, หรือแม้กระทั่งเครื่องมือฟรีๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาให้คนได้ ถ้าคอนเทนต์เรามีคุณค่ามากพอ คนอื่นก็จะมองว่าเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดี และจะลิงก์กลับมาหาเราเองโดยธรรมชาติ

การพูดถึงแบรนด์บนโลกออนไลน์

อีกวิธีที่ช่วยให้เกิด Link Building แบบธรรมชาติคือการทำให้คนพูดถึงแบรนด์หรือเว็บไซต์ของเราบนโลกออนไลน์ให้เยอะๆ เวลาคนพูดถึงเรา ไม่ว่าจะบนโซเชียลมีเดีย, ฟอรั่ม, หรือแม้แต่ในบทความอื่นๆ ถ้ามีคนพูดถึงแล้วเกิดการลิงก์กลับมาหาเรา นั่นก็ถือเป็น Backlink ที่มีค่ามากๆ เลยนะ

ลองทำกิจกรรมที่ทำให้คนอยากพูดถึงเราดูสิ เช่น การจัดแคมเปญสนุกๆ, การตอบคำถามในกลุ่มต่างๆ อย่างมีประโยชน์, หรือการสร้างสรรค์อะไรที่มันแปลกใหม่จนคนอยากแชร์ การพูดถึงเหล่านี้แหละที่จะนำไปสู่การเกิดลิงก์โดยที่เราไม่ต้องไปตามขอเลย

หลีกเลี่ยงการซื้อขายลิงก์

เรื่องนี้สำคัญมากนะ การซื้อขายลิงก์ หรือการทำอะไรที่ดูไม่เป็นธรรมชาติมากๆ เนี่ย เป็นสิ่งที่เราต้องเลี่ยงให้ห่างเลย เพราะ Google เขามีระบบตรวจจับที่เก่งมากๆ ถ้าจับได้ว่าเราทำผิดกฎขึ้นมา อันดับอาจจะร่วงกราวได้เลยนะ แถมยังกู้คืนยากอีกต่างหาก

ลองนึกภาพว่าเราไปซื้อลิงก์มาเยอะๆ จากเว็บที่ไม่มีคุณภาพ หรือเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อขายลิงก์โดยเฉพาะ แบบนี้มันดูไม่น่าเชื่อถือเลยใช่ไหมล่ะ? Google ก็คิดแบบนั้นแหละ เขาอยากให้ลิงก์ที่เกิดขึ้นมาจากการแนะนำจริงๆ ไม่ใช่การจ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกัน

  • สร้างคอนเทนต์คุณภาพสูง: เน้นให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และไม่เหมือนใคร
  • มีส่วนร่วมกับชุมชนออนไลน์: ตอบคำถาม ให้ความรู้ และสร้างตัวตน
  • ส่งเสริมการแชร์: ทำให้คอนเทนต์ของเราน่าแชร์และเข้าถึงง่าย
การทำ Link Building แบบธรรมชาติคือการสร้างคุณค่าให้คนอื่นอยากเข้ามาหาเราเอง ไม่ใช่การวิ่งไปขอหรือไปซื้อ มันต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะยั่งยืนกว่ามากๆ เลยล่ะ

วัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์

การสร้างลิงก์เพื่ออันดับ Google อย่างยั่งยืน

พอทำ Link Building ไปสักพักแล้ว ก็ต้องมาดูกันหน่อยว่าที่ทำไปมันเวิร์คไหมนะ? การวัดผลนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับ Google แบบยาวๆ ไม่ใช่แค่แป๊บเดียวแล้วหายไปไหน

เครื่องมือติดตามอันดับและ Backlink

จริงๆ แล้วมีเครื่องมือเยอะแยะเลยที่ช่วยเราได้นะ ไม่ว่าจะเป็น Google Search Console ที่ฟรีและดีมากๆ หรือพวก Ahrefs, SEMrush ที่เสียเงินหน่อยแต่ข้อมูลแน่นปึ้ก เครื่องมือพวกนี้จะบอกเราว่า:

  • อันดับของคีย์เวิร์ดที่เราเล็งไว้เป็นยังไงบ้าง
  • มีใครเข้ามาลิงก์หาเราบ้าง (Backlink Profile)
  • ลิงก์ที่ได้มามีคุณภาพแค่ไหน
  • เว็บไซต์คู่แข่งมี Backlink เป็นยังไง

การรู้ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย

วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง

พอได้ข้อมูลจากเครื่องมือมาแล้ว ก็ต้องมานั่งดูกันว่า เอ๊ะ ทำไมอันดับไม่ขยับ? หรือทำไมลิงก์ที่ได้มาส่วนใหญ่มาจากเว็บสแปม? บางทีเราอาจจะทำคอนเทนต์ดีแล้ว แต่ดันไปขอลิงก์จากเว็บที่ไม่เกี่ยวกันเลย หรืออาจจะเขียนบทความได้ดีมากๆ แต่ลืมใส่ Call to Action ให้คนอยากแชร์

ลองดูลิสต์นี้เป็นแนวทางนะ:

  • คอนเทนต์: มันน่าสนใจพอที่จะให้คนอื่นอ้างอิงไหม? มีข้อมูลใหม่ๆ หรือมุมมองที่แตกต่างหรือเปล่า?
  • คุณภาพของลิงก์: ลิงก์ที่ได้มามาจากเว็บที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ หรือมาจากเว็บสแปมที่อาจจะส่งผลเสีย?
  • ความเกี่ยวข้อง: เว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาเรา มีเนื้อหาเกี่ยวกับเราไหม? ถ้าเกี่ยวกัน โอกาสที่ Google จะมองว่าลิงก์นั้นมีคุณภาพก็สูงขึ้น
  • การกระจายตัวของลิงก์: เราได้ลิงก์มาจากหลายๆ เว็บ หรือมาจากเว็บเดียวไม่กี่เว็บ? การกระจายตัวที่ดีจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
บางทีเราอาจจะคิดว่าการได้ลิงก์เยอะๆ คือดีที่สุดแล้ว แต่จริงๆ แล้วคุณภาพของลิงก์สำคัญกว่าปริมาณมากๆ นะ การได้ลิงก์จากเว็บที่มี Authority สูงๆ และเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรา จะช่วยให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและน่าเชื่อถือมากกว่าการได้ลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่มีคุณภาพ

ปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับอัลกอริทึมใหม่

Google เขาอัปเดตอัลกอริทึมตลอดเวลาเลยนะ เราเองก็ต้องตามให้ทันหน่อย บางทีเทคนิคที่เคยเวิร์คเมื่อก่อน อาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว หรืออาจจะโดน Google มองว่าเป็นการทำ Link Building ที่ไม่เป็นธรรมชาติก็ได้

  • เน้นสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงๆ: ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์เพื่อหวังลิงก์อย่างเดียว
  • สร้างความสัมพันธ์: การสร้างเครือข่ายกับคนในวงการ หรือเจ้าของเว็บไซต์อื่นๆ จะช่วยให้เราได้โอกาสในการทำ Link Building ที่ดีและยั่งยืน
  • ติดตามข่าวสาร: อ่านบล็อกของ Google หรือเว็บ SEO ดังๆ เพื่ออัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

การวัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การทำ Link Building ของเราไม่เสียเปล่า แถมยังช่วยให้เว็บไซต์ของเราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาวเลยล่ะ

ข้อควรระวังในการ ทำ Link Building

มาถึงเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามไป การทำ Link Building ก็เหมือนดาบสองคมนะ ถ้าทำถูกวิธีก็ส่งผลดีต่อเว็บเราสุดๆ แต่ถ้าพลาดไปนิดเดียว อาจจะกลายเป็นหายนะได้เลย

ลิงก์สแปมที่ควรหลีกเลี่ยง

พวก ลิงก์สแปม เนี่ย ตัวร้ายเลยนะ มันคือลิงก์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือมาจากแหล่งที่ไม่มีคุณภาพ เช่น เว็บไซต์ที่เน้นแต่โฆษณาเยอะๆ หรือเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อปั่นลิงก์โดยเฉพาะ Google มองว่าพวกนี้เป็นสัญญาณอันตรายนะ การมีลิงก์สแปมเยอะๆ อาจทำให้เว็บเราโดนลงโทษได้

  • เว็บที่เนื้อหาซ้ำซาก ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรใหม่
  • เว็บที่เต็มไปด้วยโฆษณาจนอ่านเนื้อหาไม่รู้เรื่อง
  • เว็บที่ใช้ข้อความซ้ำๆ ใน Anchor Text เยอะเกินไป

ผลกระทบจากการทำ Link Building ที่ผิดวิธี

ถ้าเราไปทำอะไรที่ผิดกฎของ Google เช่น ซื้อขายลิงก์แบบโจ่งแจ้ง หรือใช้โปรแกรมปั่นลิงก์ ผลที่ตามมามันหนักหนาสาหัสเลยนะ อันดับเว็บอาจจะร่วงกราว หรือร้ายแรงสุดคือโดนแบนจาก Google ไปเลยก็ได้ คิดดูสิว่าเสียดายแค่ไหนที่ทุ่มเทมาตั้งนานแล้วมาพังเพราะเรื่องแค่นี้

การทำ Link Building ที่ผิดวิธี ไม่ใช่แค่ทำให้เสียอันดับ แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในระยะยาวด้วยนะ

การรักษาโปรไฟล์ Backlink ให้แข็งแรง

โปรไฟล์ Backlink ของเราก็เหมือนสุขภาพนะ ต้องดูแลให้แข็งแรงอยู่เสมอ หมายถึงการมีลิงก์คุณภาพจากหลายๆ แหล่งที่หลากหลาย ไม่ใช่มีแต่ลิงก์จากเว็บประเภทเดียว หรือจากเว็บที่ไม่มีคุณภาพ การหมั่นตรวจสอบโปรไฟล์ Backlink ของเราอยู่เสมอ จะช่วยให้เรารู้ว่ามีลิงก์เสียๆ หรือลิงก์ที่น่าสงสัยหลุดเข้ามาบ้างไหม จะได้รีบจัดการก่อนที่จะสายเกินไป การใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์โปรไฟล์ Backlink ของคู่แข่งก็เป็นวิธีที่ดีในการหาโอกาสและเรียนรู้กลยุทธ์ของพวกเขา AI SEO tools สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้มากเลยล่ะ

การทำลิงก์กลับ (Link Building) สำคัญมาก แต่ก็มีข้อควรระวังนะ! ถ้าทำผิดวิธี อาจส่งผลเสียต่อเว็บได้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ต้องใส่ใจ เพื่อให้การทำลิงก์ของคุณมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด อย่าลืมแวะมาดูเคล็ดลับดีๆ และเครื่องมือที่จะช่วยให้เว็บของคุณปังขึ้นได้ที่ Uneed Digital ของเราสิ!

สรุปส่งท้าย: ทำลิงก์ยังไงให้เว็บปังแบบยาวๆ

เอาล่ะครับ มาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้วนะ การทำลิงก์บิวดิ้งให้เว็บเราติดอันดับ Google แบบยั่งยืนเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่ทำวันเดียวแล้วจบนะ ต้องอาศัยความอดทน ความสม่ำเสมอ แล้วก็ต้องคอยปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ด้วยนะ เพราะ Google เขาก็มีอัปเดตอัลกอริทึมอยู่เรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือการสร้างลิงก์ที่มีคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่แค่จำนวนเยอะๆ ลองเอาเทคนิคที่คุยกันไปปรับใช้ดูนะ ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เห็นผลเองแหละ สู้ๆ ครับ!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Link Building

Link Building คืออะไร ทำไมต้องทำ?

Link Building ก็เหมือนกับการให้เพื่อนๆ ช่วยแนะนำร้านค้าของเราให้คนอื่นรู้จัก ยิ่งมีคนแนะนำเยอะๆ คนก็ยิ่งเชื่อถือและอยากเข้ามาดู ยิ่งมีคนเข้ามาดูเยอะ Google ก็จะเห็นว่าเว็บเราน่าสนใจ เลยทำให้เว็บเราติดอันดับดีๆ ไงล่ะ

Backlink สำคัญยังไงกับ Google?

ลองนึกภาพว่า Google เป็นเหมือนกรรมการตัดสิน ถ้ามีเว็บอื่นที่น่าเชื่อถือมากๆ มาชี้บอก Google ว่า ‘เว็บนี้ดีนะ!’ Google ก็จะเชื่อตาม ทำให้เว็บเราดูดีขึ้นในสายตา Google นั่นแหละ

ต้องสร้าง Backlink แบบไหนถึงจะดี?

ต้องสร้างแบบธรรมชาติ เหมือนเพื่อนแนะนำเพื่อน ไม่ใช่การไปซื้อลิงก์ หรือสร้างลิงก์ปลอมๆ เยอะๆ เพราะ Google จับได้จะโดนลงโทษเอา ควรเน้นที่คุณภาพของลิงก์ และเว็บที่ให้ลิงก์มาต้องน่าเชื่อถือด้วยนะ

ทำยังไงให้คนอื่นอยากทำ Link Building ให้เรา?

ต้องมีคอนเทนต์ หรือเนื้อหาในเว็บเราที่เจ๋งมากๆ น่าสนใจจนคนอยากเอาไปแชร์ หรือเอาไปอ้างอิงในเว็บของเขาเอง ทำให้เขาอยากจะใส่ลิงก์มาหาเราเองโดยธรรมชาติ

การเขียนบทความช่วยเรื่อง Link Building ได้ไหม?

ได้แน่นอน! ถ้าเราเขียนบทความที่มีประโยชน์ ให้ข้อมูลดีๆ คนก็จะอยากเอาไปแชร์ หรือเอาไปอ้างอิงในเว็บตัวเอง ทำให้เกิด Backlink ที่ดีได้ง่ายขึ้น

ใช้ Social Media ช่วยทำ Link Building ได้หรือเปล่า?

ช่วยได้นะ! เวลาเราแชร์คอนเทนต์ของเราในโซเชียล คนเห็นเยอะๆ ก็อาจจะมีคนสนใจแล้วไปทำลิงก์กลับมาให้เราได้ หรือบางทีโซเชียลเองก็อาจจะมีลิงก์ให้เราใส่ได้ด้วย

ถ้าทำ Link Building ผิดวิธี จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าทำแบบผิดๆ เช่น ซื้อลิงก์เยอะๆ หรือใช้โปรแกรมสร้างลิงก์ปลอมๆ Google อาจจะมองว่าเราโกง ทำให้เว็บเราอันดับตก หรืออาจจะโดนแบนไปเลยก็ได้นะ

ต้องทำ Link Building บ่อยแค่ไหน?

ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเน้นคุณภาพเป็นหลัก ค่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ ให้โปรไฟล์ Backlink ของเราดูแข็งแรงและเป็นธรรมชาติที่สุด

ลดทุกคำสั่งซื้อครั้งแรก

สามารถใช้ได้กับบริการที่มีราคา 1000 บาท

%10
ลด 10%กับการสั่งซื้อครั้งแรก
Code: UNEED25
1 ก.พ 68 - 15 ธ.ค 68

By subscribing you agree with our Terms & Conditions and Privacy Policy.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
error: Content is protected !!
Shopping Cart (0)

No products in the cart. No products in the cart.


Shop by Category See All