ปี 2025 กำลังจะมาถึง และวงการ SEO ก็กำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง ด้วยการเข้ามาของ Gemini เครื่องมือ AI สุดล้ำจาก Google ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำ SEO ของเราง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Gemini แบบเจาะลึก พร้อมคู่มือฉบับสมบูรณ์ ที่จะช่วยให้คุณใช้ Gemini ช่วยทำ SEO ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบนหน้าค้นหาได้อย่างแน่นอน
ข้อคิดสำคัญ
- Gemini คือ AI ที่ Google พัฒนาขึ้น จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการทำ SEO ในปี 2025 ช่วยให้การค้นหาข้อมูลและการสร้างคอนเทนต์ง่ายขึ้น
- การใช้ Gemini ช่วยสร้างคอนเทนต์ SEO จะทำให้ไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น และช่วยปรับปรุงเนื้อหาเก่าให้ดีขึ้นได้
- Gemini สามารถช่วยวิเคราะห์ Keyword และ Search Intent ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เราหา Keyword ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น
- Gemini ช่วยในการทำ On-Page SEO และ Technical SEO ได้หลายด้าน ตั้งแต่การปรับ Title, Meta Description ไปจนถึงการหาจุดบกพร่องของเว็บไซต์
- แม้ Gemini จะมีประโยชน์มาก แต่ก็ควรระวังเรื่องความถูกต้องของข้อมูล และไม่ควรพึ่งพา AI เพียงอย่างเดียว ควรใช้ควบคู่กับเครื่องมือ SEO อื่นๆ
Gemini คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับ SEO ในปี 2025
สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่กำลังฮิตสุดๆ ในวงการ SEO นั่นก็คือ ‘Gemini’ นั่นเอง หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างแล้ว แต่สงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงสำคัญกับงาน SEO ของเราในปี 2025 นี้
ทำความรู้จัก Gemini แบบเจาะลึก
Gemini ไม่ใช่แค่ AI แชทบอทธรรมดาๆ นะครับ มันคือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) ที่พัฒนาโดย Google มีความสามารถรอบด้านมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม การเขียนโค้ด การสรุปข้อมูล หรือแม้กระทั่งการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ที่น่าทึ่งคือ Gemini ถูกออกแบบมาให้เข้าใจและประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และโค้ด ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูงในการนำไปใช้งาน
Gemini มีความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวได้ดีเยี่ยม ทำให้มันสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Gemini กับการเปลี่ยนแปลงของ Google Search
Google กำลังผลักดันการนำ AI มาใช้ใน Search Engine มากขึ้นเรื่อยๆ และ Gemini ก็เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการที่ Google แสดงผลการค้นหา โดยอาจจะมีการสรุปคำตอบแบบอัตโนมัติ หรือให้ข้อมูลเชิงลึกที่ตรงประเด็นมากขึ้นผ่าน AI
- การค้นหาที่ฉลาดขึ้น: ผู้ใช้จะได้รับคำตอบที่ตรงใจมากขึ้น โดยไม่ต้องคลิกเข้าไปอ่านหลายๆ เว็บไซต์
- การแสดงผลที่หลากหลาย: อาจมีรูปแบบการแสดงผลใหม่ๆ ที่ผสาน AI เข้าไป เช่น การสรุปประเด็นสำคัญ หรือการตอบคำถามแบบสนทนา
- ความสำคัญของคอนเทนต์คุณภาพ: แม้ AI จะช่วยสรุป แต่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและให้ข้อมูลเชิงลึกจริงๆ จะยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดอันดับ
การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่า นักทำ SEO ต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อให้คอนเทนต์ของเรายังคงถูกค้นพบและแสดงผลในรูปแบบใหม่ๆ ที่ Google นำเสนอ การทำความเข้าใจว่า Google Search จะทำงานร่วมกับ AI อย่างไร จะช่วยให้เราวางแผนกลยุทธ์ได้ดีขึ้น ลองดูแนวทางการทำโฆษณาที่สอดคล้องกับนโยบายของ Google ได้ที่ Google Ads marketing
โอกาสใหม่ๆ ที่ Gemini มอบให้สาย SEO
Gemini เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ มากมายสำหรับคนทำ SEO ครับ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยเขียนบทความ แต่สามารถเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในทุกขั้นตอนของการทำ SEO เลยก็ว่าได้
- การสร้างไอเดียคอนเทนต์: ระดมสมองหาหัวข้อที่น่าสนใจและตรงกับความต้องการของผู้ใช้
- การวิเคราะห์ข้อมูล: ช่วยวิเคราะห์ Keyword, Search Intent, และข้อมูลคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว
- การปรับปรุงคอนเทนต์: ทำให้คอนเทนต์เก่ากลับมาสดใหม่และมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
- การทำ Technical SEO: ช่วยหาจุดบกพร่องและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค
การนำ Gemini มาใช้ในการทำ SEO ไม่ใช่แค่การตามเทรนด์ แต่เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Search Engine และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรียกได้ว่า Gemini เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดคนใหม่ของนักทำ SEO ที่จะช่วยให้งานยากๆ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะเลยครับ ในบทต่อไป เราจะมาดูกันว่าเราจะใช้ Gemini สร้างสรรค์คอนเทนต์ SEO ให้ปังได้อย่างไรบ้าง!
การใช้ Gemini สร้างสรรค์คอนเทนต์ SEO ให้ปัง
มาถึงเรื่องที่หลายคนรอคอย! การเอา Gemini มาช่วยทำคอนเทนต์ SEO นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เว็บเราปังในปี 2025 ไม่ใช่แค่เขียนไปเรื่อยๆ แต่ต้องเขียนให้ตรงใจคนอ่านและถูกใจ Google ด้วย
ระดมไอเดียหัวข้อคอนเทนต์ที่น่าสนใจ
เคยไหมที่นั่งคิดหัวข้อคอนเทนต์แล้วตัน? Gemini ช่วยได้เยอะเลยนะ ลองสั่งให้มันช่วยคิดไอเดียตามกลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจ หรือจะให้มันวิเคราะห์เทรนด์ที่กำลังมาแรงก็ได้เหมือนกัน
- บอก Gemini ถึงกลุ่มเป้าหมายของเรา: เช่น "ช่วยคิดหัวข้อคอนเทนต์เกี่ยวกับสุขภาพสำหรับคนทำงานออฟฟิศที่ชอบออกกำลังกาย"
- ระบุประเภทคอนเทนต์ที่อยากได้: เช่น "ขอไอเดียสำหรับบทความบล็อก, วิดีโอสั้น, หรือ Infographic"
- ให้ Gemini วิเคราะห์คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: เพื่อให้แน่ใจว่าหัวข้อที่เราเลือกมีคนค้นหาจริงๆ
ลองใช้คำสั่งประมาณนี้ดูนะ "ช่วยลิสต์ 10 หัวข้อคอนเทนต์ SEO ที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจร้านกาแฟ" หรือ "หาไอเดียคอนเทนต์ที่แก้ปัญหาให้แม่บ้านยุคใหม่" แค่นี้ก็ได้ไอเดียมาเพียบแล้ว
เขียนบทความ SEO ให้ติดอันดับง่ายขึ้น
พอได้หัวข้อแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเขียน Gemini สามารถช่วยร่างโครงสร้างบทความ หรือแม้กระทั่งเขียนเนื้อหาบางส่วนให้เราได้เลยนะ แต่จำไว้ว่าเราต้องเป็นคนตรวจทานและปรับแก้ให้เป็นภาษาของเราเองเสมอ เพื่อให้คอนเทนต์ดูเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์
- ให้ Gemini ช่วยสร้าง Outline: สั่งให้มันวางโครงสร้างบทความตามหัวข้อที่เราเลือก เช่น "ช่วยวางโครงสร้างบทความเรื่อง ‘วิธีเลือกซื้อโน้ตบุ๊กสำหรับนักศึกษา’ โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ"
- ให้ Gemini ช่วยเขียนเนื้อหาบางส่วน: อาจจะให้ช่วยเขียนส่วนเกริ่นนำ หรือส่วนสรุปก็ได้ แต่ต้องระบุให้ชัดเจนนะว่าอยากได้ประมาณไหน
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล: ถึงแม้ Gemini จะเก่งแค่ไหน แต่ข้อมูลบางอย่างก็อาจจะผิดพลาดได้ เราต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนนำไปใช้
การใช้ Gemini ช่วยเขียนจะช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับการปรับปรุงคุณภาพคอนเทนต์ให้ดียิ่งขึ้น หรือจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่าก็ได้นะ ลองดู AI tools for professional use เพื่อหาเครื่องมือที่เหมาะกับงานของเรา
ปรับปรุงคอนเทนต์เก่าให้สดใหม่ด้วย Gemini
คอนเทนต์เก่าที่เคยทำอันดับดี อาจจะเริ่มตกอันดับไปตามกาลเวลา Gemini ช่วยเราได้นะ แค่เอาคอนเทนต์เก่ามาให้มันอ่าน แล้วสั่งให้ช่วยปรับปรุง
- อัปเดตข้อมูลให้ทันสมัย: ให้ Gemini ช่วยหาข้อมูลใหม่ๆ มาใส่แทนข้อมูลเก่า
- ปรับปรุงการใช้ Keyword: ให้มันช่วยแนะนำคำที่เกี่ยวข้อง หรือคำที่คนค้นหามากขึ้น
- ทำให้เนื้อหาน่าอ่านขึ้น: อาจจะให้ช่วยย่อยประโยคยาวๆ หรือเพิ่มหัวข้อย่อยให้น่าสนใจ
ลองสั่งดูว่า "ช่วยปรับปรุงบทความนี้ให้ทันสมัยและติดอันดับ SEO ได้ดีขึ้น" แล้วดูผลลัพธ์ที่ได้ รับรองว่าคอนเทนต์เก่าจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแน่นอน
Gemini ช่วยวิเคราะห์ Keyword อย่างไรให้แม่นยำ
มาถึงเรื่องสำคัญที่นักทำ SEO ต้องรู้กันแล้วครับ! การหา Keyword ที่ใช่เนี่ย มันเหมือนกับการหาเข็มในมหาสมุทรเลยนะ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ Gemini จะมาเป็นผู้ช่วยชั้นดีของเราเอง
หา Keyword ที่ใช่ ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ปกติเราอาจจะใช้เครื่องมือต่างๆ นานาเพื่อหา Keyword แต่บางทีข้อมูลที่ได้ก็อาจจะกว้างไปหน่อย หรือไม่ตรงกับที่เราต้องการจริงๆ Gemini เข้ามาช่วยตรงนี้ได้เยอะเลยนะ ลองนึกภาพว่าเรามีไอเดียสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าคนเขาค้นหาด้วยคำว่าอะไรบ้าง เราก็แค่บอก Gemini ไปเลยว่าเราทำอะไร กลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร แล้วให้มันช่วยลิสต์คำค้นหาที่เกี่ยวข้องออกมา
- Gemini สามารถวิเคราะห์จากบริบทที่เราให้ เพื่อหาคำที่คนน่าจะใช้ค้นหาจริงๆ
- มันช่วยคิดคำที่อาจจะคาดไม่ถึง หรือคำที่คนใช้แบบไม่เป็นทางการ
- เราสามารถบอกให้มันเน้นคำที่เกี่ยวกับปัญหาที่ลูกค้าเจอ หรือความต้องการของลูกค้าก็ได้
วิเคราะห์ Search Intent ด้วย Gemini
การรู้ว่าคนค้นหา Keyword นั้นๆ เพราะอะไร (Search Intent) เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยนะ เพราะถ้าเราเข้าใจเจตนาของเขา เราก็จะสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากขึ้น
สมมติเราเจอ Keyword ที่น่าสนใจอย่าง "วิธีปลูกต้นไม้ในคอนโด" คนที่ค้นหาคำนี้อาจจะอยากรู้:
- ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง?
- มีต้นไม้ชนิดไหนที่เหมาะกับคนมือใหม่?
- ต้องดูแลยังไง แดดต้องโดนแค่ไหน?
Gemini ช่วยเราวิเคราะห์ตรงนี้ได้ โดยการให้เราใส่ Keyword เข้าไป แล้วถามว่า "คนค้นหาคำนี้เพราะอะไร" หรือ "เจตนาเบื้องหลังคำค้นหานี้คืออะไร" มันก็จะช่วยลิสต์ความเป็นไปได้ต่างๆ ออกมาให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น
การเข้าใจ Search Intent คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คอนเทนต์ของเราถูกใจทั้งคนอ่านและ Google
ต่อยอด Keyword ให้ครอบคลุมทุกมิติ
พอเราได้ Keyword หลักมาแล้ว ก็ต้องมาต่อยอดให้มันครอบคลุมมากขึ้น เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการติดอันดับจากคำค้นหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง Gemini ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก
- มันช่วยหา Long-tail Keywords ที่เจาะจงมากขึ้น ซึ่งมักจะมีคู่แข่งน้อยกว่าและมี Conversion Rate ที่ดีกว่า
- ช่วยหา Keyword ที่เป็นคำถาม (Question Keywords) ที่คนมักจะใช้ถามใน Google
- สามารถให้ Gemini ช่วยจัดกลุ่ม Keyword ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เพื่อให้เราวางแผนการสร้างคอนเทนต์ได้เป็นระบบมากขึ้น
ลองใช้ Gemini ช่วยลิสต์คำเหล่านี้ดู แล้วคุณจะเห็นว่า Keyword ที่เราคิดว่ามีแค่นิดเดียว มันสามารถแตกแขนงออกไปได้อีกเยอะเลยครับ
ยกระดับ On-Page SEO ด้วยพลังของ Gemini
มาถึงเรื่องสำคัญที่สาย SEO ต้องใส่ใจกันแล้ว นั่นก็คือ On-Page SEO หรือการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าเว็บของเราเองนี่แหละครับ สมัยก่อนเราอาจจะทำกันเองทีละอย่าง แต่พอมี Gemini เข้ามา มันเหมือนมีผู้ช่วยอัจฉริยะมาคอยแนะนำ ทำให้งานยากๆ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะเลย
ปรับ Title Tag และ Meta Description ให้ดึงดูด
สองส่วนนี้เปรียบเสมือนป้ายหน้าร้านและคำโปรยสั้นๆ ที่จะบอกให้คนเห็นในหน้าผลการค้นหา (SERP) ว่าเว็บเราเกี่ยวกับอะไร และน่าคลิกเข้าไปดูไหม Gemini ช่วยเราได้ตรงนี้แบบสุดๆ ครับ
- ลองให้ Gemini ช่วยคิด Title Tag ที่สั้น กระชับ และใส่ Keyword หลักเข้าไป
- มันจะช่วยแนะนำคำที่น่าสนใจ ทำให้คนอยากคลิกมากขึ้น
- สำหรับ Meta Description ก็เหมือนกัน ให้ Gemini ช่วยสรุปเนื้อหาสำคัญ พร้อมใส่ Call to Action เล็กๆ น้อยๆ
Gemini ช่วยให้ Title Tag และ Meta Description ของเราดูน่าสนใจและตรงกับสิ่งที่คนค้นหามากขึ้นจริงๆ
จัดโครงสร้างเนื้อหาให้น่าอ่านและ SEO Friendly
เนื้อหาที่อ่านง่าย มีการแบ่งหัวข้อชัดเจน ไม่ใช่แค่คนอ่านชอบ แต่ Google ก็ชอบเหมือนกันครับ เพราะมันช่วยให้บอทเข้าใจโครงสร้างเว็บเราได้ดีขึ้น
- ใช้ Gemini ช่วยแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ ด้วย H2, H3, H4
- จัดลำดับความสำคัญของหัวข้อให้ดี
- แทรก Keyword ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติในแต่ละหัวข้อ
การมีโครงสร้างเนื้อหาที่ดี ไม่ใช่แค่ช่วยเรื่อง SEO แต่ยังช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น และอยู่บนหน้าเว็บเรานานขึ้นด้วยนะ
สร้าง Internal Link ที่มีประสิทธิภาพ
Internal Link หรือลิงก์ภายในเว็บของเราเองนี่แหละครับ สำคัญมากในการช่วยให้ Google เข้าใจความสัมพันธ์ของหน้าต่างๆ ในเว็บเรา และช่วยกระจายค่า SEO (Link Juice) ไปยังหน้าอื่นๆ ด้วย
- ให้ Gemini ช่วยหาหน้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาปัจจุบัน เพื่อสร้างลิงก์ไปหากัน
- เลือก Anchor Text ที่สื่อความหมายและมี Keyword ที่เหมาะสม
- อย่าใส่ลิงก์เยอะเกินไปจนดูรกตา
Gemini จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของเว็บได้ดีขึ้น ว่าควรจะเชื่อมโยงหน้าไหนไปหน้าไหน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งคนอ่านและ Search Engine ครับ
Gemini กับการทำ Technical SEO ที่ซับซ้อน
เรื่อง Technical SEO นี่บางทีก็ปวดหัวใช่ไหมล่ะครับ? มันมีอะไรเยอะแยะไปหมด ทั้งเรื่องโค้ด เรื่องเซิร์ฟเวอร์ เรื่องความเร็วเว็บ อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะ Gemini นี่แหละ จะมาช่วยให้เรื่องยากๆ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะเลย
ตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์เบื้องต้น
Gemini สามารถช่วยเราดูภาพรวมโครงสร้างเว็บไซต์ได้นะ ลองให้มันช่วยวิเคราะห์ดูว่าเว็บเรามีโครงสร้างที่เข้าใจง่ายสำหรับทั้งคนและ Google หรือเปล่า มันจะช่วยดูเรื่องการจัดลำดับหน้าต่างๆ การเชื่อมโยงระหว่างหน้า (Internal Linking) ว่ามันสมเหตุสมผลไหม หรือมีหน้าไหนที่หลงทางไปแล้วหาไม่เจอหรือเปล่า
- ดูว่ามีหน้าเว็บที่เข้าถึงยากเกินไปไหม
- เช็คการใช้ Breadcrumbs ว่าถูกต้องหรือเปล่า
- ประเมินความลึกของโครงสร้างเว็บ
หาจุดบกพร่องที่ส่งผลต่อ SEO
จุดบกพร่องทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ ตัวดีเลยที่ทำให้ SEO เราพังได้ Gemini ช่วยเราส่องหาได้นะ เช่น:
- หน้าเว็บที่โหลดช้า: ลองให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ดูว่าหน้าไหนโหลดนานผิดปกติ อาจจะมาจากรูปใหญ่ไป หรือโค้ดมีปัญหา
- ข้อผิดพลาดของโค้ด: พวกโค้ดที่ผิดพลาด หรือโค้ดที่รกเกินไป ก็ส่งผลเสียได้ Gemini พอจะช่วยชี้จุดที่น่าสงสัยได้
- ปัญหาการแสดงผลบนมือถือ: เว็บเราแสดงผลบนมือถือได้ดีหรือยัง? Gemini ช่วยดูภาพรวมตรงนี้ได้
รับคำแนะนำในการแก้ไขปัญหา
พอ Gemini ช่วยชี้จุดบกพร่องแล้ว สิ่งที่เจ๋งกว่าคือ มันสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นในการแก้ไขได้ด้วยนะ เช่น ถ้าเจอหน้าเว็บโหลดช้า มันอาจจะแนะนำให้ลองบีบอัดรูปภาพ หรือถ้าเจอโค้ดมีปัญหา มันอาจจะบอกได้ว่าโค้ดส่วนไหนที่น่าจะมีปัญหา หรือควรจะปรับปรุงอย่างไร แต่จำไว้นะว่าคำแนะนำพวกนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น เราต้องเอาไปตรวจสอบและแก้ไขจริงจังอีกที
การทำ Technical SEO ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ แต่มันคือการดูแลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง Gemini เป็นเครื่องมือช่วยที่ดี แต่ก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของเราเองด้วยนะ
สร้าง Backlink คุณภาพด้วย Gemini
การสร้าง Backlink ที่ดีเนี่ย เป็นอะไรที่ปวดหัวใช่ไหมล่ะ? แต่ไม่ต้องห่วง เพราะ Gemini มาช่วยเราได้เยอะเลยนะ
หาโอกาสในการสร้าง Backlink ที่น่าสนใจ
Gemini ช่วยเรามองหาช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างลิงก์ได้นะ ลองให้มันช่วยลิสต์เว็บไซต์ที่น่าสนใจในวงการของเรา หรือบล็อกที่เกี่ยวกับหัวข้อที่เราเขียนดูสิ มันจะช่วยหาเว็บที่คนอ่านของเราน่าจะชอบเข้าไปดู
- ลิสต์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา
- หาบล็อกที่มีคนอ่านเยอะๆ และมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
- ดูว่าเว็บไหนมีส่วนที่เปิดรับบทความจากคนภายนอก (Guest Post)
Gemini จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของโอกาสในการสร้าง Backlink ได้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย
ร่างเนื้อหาสำหรับ Guest Post
พอได้เว็บที่อยากไปลงแล้ว ก็ต้องมีเนื้อหาดีๆ ไปเสนอใช่ไหม? เราสามารถให้ Gemini ช่วยร่างโครงเรื่อง หรือแม้กระทั่งเขียนบทความตัวอย่างให้เราได้เลยนะ แค่บอกหัวข้อที่เราอยากเขียนไป มันก็จะช่วยคิดไอเดียและเรียบเรียงให้เราได้ระดับหนึ่ง
การมีเนื้อหาที่ดีและมีประโยชน์ จะทำให้เว็บที่เราไปลงบทความยินดีที่จะลิงก์กลับมาหาเรามากขึ้น
วิเคราะห์ Backlink ของคู่แข่ง
รู้ไหมว่าคู่แข่งของเราได้ Backlink มาจากไหนบ้าง? ลองเอา URL ของคู่แข่งไปให้ Gemini วิเคราะห์ดูสิ มันจะช่วยบอกได้ว่าลิงก์ที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากเว็บประเภทไหน หรือมาจากบทความไหนบ้าง ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากในการวางแผนหาลิงก์ของเราเอง
Gemini ช่วยวิเคราะห์คู่แข่ง SEO ได้อย่างไร
การรู้ว่าคู่แข่งของเรากำลังทำอะไรอยู่เป็นเรื่องสำคัญมากในโลก SEO นะครับ ยิ่งเราเข้าใจกลยุทธ์ของพวกเขามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งวางแผนของเราได้ดีขึ้นเท่านั้น Gemini นี่แหละครับ ตัวช่วยชั้นดีที่จะทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นเยอะเลย
ส่องกลยุทธ์ SEO ของคู่แข่ง
Gemini สามารถช่วยเราแกะรอยกลยุทธ์ของคู่แข่งได้หลายอย่างเลยครับ ลองนึกภาพว่าเราอยากรู้ว่าคู่แข่งเน้นคีย์เวิร์ดอะไร หรือสร้างคอนเทนต์แนวไหนอยู่ Gemini สามารถช่วยสรุปข้อมูลพวกนี้ให้เราได้เร็วขึ้นมาก แค่เราป้อนข้อมูลเว็บไซต์คู่แข่งเข้าไป หรือบอกชื่อคู่แข่งให้มันรู้
- วิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่คู่แข่งใช้: ดูว่าเขาติดอันดับคำไหนบ้าง และคำไหนที่เขากำลังพยายามดันขึ้นมา
- ดูประเภทคอนเทนต์: เขาเน้นเขียนบทความยาวๆ, ทำอินโฟกราฟิก, หรือทำวิดีโอ? การรู้แบบนี้ช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจน
- หาแหล่งที่มาของ Traffic: พอจะเดาได้ไหมว่าคนส่วนใหญ่เข้ามาจากช่องทางไหน ทั้ง Organic Search, Social Media หรือ Direct เข้ามาเลย
หาจุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่ง
พอเราเห็นภาพรวมกลยุทธ์แล้ว Gemini ก็ช่วยเจาะลึกไปถึงจุดแข็งจุดอ่อนได้อีกครับ บางทีคู่แข่งอาจจะเก่งเรื่องคอนเทนต์ แต่เรื่องเทคนิคัล SEO อาจจะมีช่องโหว่ หรือบางทีเขามี Backlink ดีๆ เยอะมาก แต่คอนเทนต์กลับไม่ค่อยน่าสนใจ
การวิเคราะห์จุดอ่อนของคู่แข่ง ไม่ใช่เพื่อเอาไปล้อเลียนนะครับ แต่เพื่อหาโอกาสที่เราจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งทางการตลาด หรือสร้างความแตกต่างให้เว็บไซต์ของเราเอง
วางแผนแซงหน้าคู่แข่งด้วยข้อมูล
ข้อมูลที่ได้จาก Gemini ไม่ใช่แค่เอาไว้ดูเล่นๆ นะครับ แต่มันคือข้อมูลดิบชั้นดีที่จะเอามาวางแผนต่อยอดได้เลย เช่น ถ้าเรารู้ว่าคู่แข่งมีจุดอ่อนเรื่องคอนเทนต์ เราก็ทุ่มเทสร้างคอนเทนต์ที่ดีกว่าให้ตรงใจคนอ่านมากขึ้น หรือถ้าเขามี Backlink เยอะ เราก็ต้องวางแผนหาทางสร้าง Backlink คุณภาพกลับไปให้ได้ การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์แบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งไล่ดูทีละหน้าเอง ช่วยให้ การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ครับ
การใช้ Gemini ในการทำ Local SEO
Local SEO นี่แหละคือสนามเด็กเล่นใหม่ที่ Gemini จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นในพื้นที่ได้แบบสุดๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ หรือบริการซ่อมรถในละแวกบ้าน การทำให้คนในพื้นที่หาคุณเจอเป็นเรื่องสำคัญมาก และ Gemini ก็มีวิธีช่วยได้เยอะเลย
ปรับปรุงข้อมูลธุรกิจบน Google Business Profile
Google Business Profile (GBP) หรือชื่อเดิม Google My Business คือหัวใจหลักของ Local SEO เลยนะ การมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้ลูกค้าเจอเราได้ง่ายขึ้น Gemini ช่วยอะไรได้บ้าง?
- เขียนคำอธิบายธุรกิจให้น่าสนใจ: บอก Gemini ให้ช่วยร่างคำอธิบายธุรกิจของคุณ โดยเน้นจุดเด่นและบริการที่ลูกค้าในพื้นที่ต้องการ ลองใส่คีย์เวิร์ดที่คนท้องถิ่นใช้ค้นหาเข้าไปด้วย
- สร้างโพสต์เกี่ยวกับโปรโมชั่นหรืออีเวนต์: ใช้ Gemini ช่วยคิดไอเดียและเขียนข้อความสำหรับโพสต์บน GBP เพื่อแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
- ตอบรีวิวลูกค้า: Gemini สามารถช่วยร่างคำตอบสำหรับรีวิว ทั้งรีวิวดีและไม่ดี เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจลูกค้าและพร้อมปรับปรุงเสมอ การตอบรีวิวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก
สร้างคอนเทนต์สำหรับลูกค้าในพื้นที่
คอนเทนต์ที่ดีไม่ใช่แค่เขียนให้คนทั้งโลกอ่าน แต่ต้องเขียนให้คนที่อยู่ใกล้ๆ คุณเห็นด้วย Gemini ช่วยได้ตรงนี้:
- ระดมไอเดียคอนเทนต์ที่เจาะจงพื้นที่: ลองบอก Gemini ว่าธุรกิจของคุณอยู่ที่ไหน และอยากจะทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไร เช่น "ช่วยคิดไอเดียบล็อกโพสต์เกี่ยวกับร้านอาหารอิตาเลียนในย่านสุขุมวิท" Gemini อาจจะแนะนำหัวข้ออย่าง "5 ร้านพาสต้าห้ามพลาดในสุขุมวิท" หรือ "วิธีเลือกไวน์ให้เข้ากับอาหารอิตาเลียน" ก็ได้
- เขียนบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมใกล้เคียง: ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ใกล้สถานที่สำคัญ ลองให้ Gemini ช่วยเขียนบทความที่เชื่อมโยงธุรกิจของคุณเข้ากับสถานที่นั้นๆ เช่น "เที่ยววัดอรุณเสร็จ แวะคาเฟ่ลับใกล้ๆ ที่คุณต้องลอง"
- สร้างคอนเทนต์ตอบคำถามที่พบบ่อยของคนในพื้นที่: คนแถวบ้านมักจะถามอะไรเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณ? ให้ Gemini ช่วยลิสต์คำถามและเขียนคำตอบที่เข้าใจง่าย
วิเคราะห์รีวิวลูกค้าเพื่อปรับปรุง
รีวิวจากลูกค้าคือขุมทรัพย์ชั้นดีที่จะบอกเราว่าต้องปรับปรุงอะไรบ้าง Gemini ช่วยวิเคราะห์ได้:
- สรุปประเด็นสำคัญจากรีวิวจำนวนมาก: ถ้ามีรีวิวเยอะจนอ่านไม่ไหว ลองให้ Gemini ช่วยสรุปว่าลูกค้าส่วนใหญ่พูดถึงอะไร ทั้งข้อดีและข้อเสีย
- หาแนวโน้มของปัญหาที่ลูกค้าเจอ: Gemini อาจจะช่วยชี้ให้เห็นว่ามีปัญหาอะไรที่ลูกค้าเจอบ่อยๆ ซึ่งคุณอาจมองข้ามไป
การทำ Local SEO ไม่ใช่แค่การใส่ชื่อเมืองในคอนเทนต์ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและทำให้ลูกค้าในพื้นที่รู้สึกว่าคุณคือส่วนหนึ่งของพวกเขา Gemini ช่วยให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยล่ะ
ข้อควรระวังและข้อจำกัดในการใช้ Gemini ทำ SEO
ถึงแม้ว่า Gemini จะเป็นเครื่องมือที่เจ๋งมากๆ สำหรับคนทำ SEO แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้แบบไม่มีข้อผิดพลาดนะ เราต้องรู้เท่าทันมันด้วย ไม่งั้นอาจจะเจอปัญหาตามมาได้
ความถูกต้องของข้อมูลที่ Gemini สร้าง
Gemini เก่งเรื่องการเรียบเรียงคำพูด แต่บางทีข้อมูลที่มันให้มาก็อาจจะไม่ได้ถูกต้อง 100% เสมอไปนะ บางครั้งมันก็อาจจะอ้างอิงข้อมูลเก่า หรือตีความผิดไปจากความเป็นจริงได้ เราต้องตรวจสอบข้อมูลที่ได้จาก Gemini ทุกครั้งก่อนนำไปใช้จริง โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวเลข สถิติ หรือข้อเท็จจริงที่สำคัญมากๆ
- เช็คแหล่งอ้างอิง: ถ้า Gemini ให้ข้อมูลมา ลองหาแหล่งอ้างอิงต้นฉบับดูว่ามาจากไหน น่าเชื่อถือแค่ไหน
- เปรียบเทียบกับแหล่งอื่น: อย่าเชื่อข้อมูลจาก Gemini แค่ที่เดียว ลองหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่งมาเทียบกัน
- ใช้ความรู้ของเรา: สุดท้ายแล้ว ความรู้และประสบการณ์ของเราเองนี่แหละที่จะช่วยกรองข้อมูลได้ดีที่สุด
การพึ่งพา Gemini มากเกินไป
การใช้ Gemini ช่วยงาน SEO มันสะดวกสบายมากจริงๆ จนบางทีเราอาจจะติดนิสัยพึ่งพามันมากเกินไป จนลืมทักษะพื้นฐานของตัวเองไปเลยก็ได้นะ ถ้าเราเอาแต่ให้ Gemini คิดให้ทุกอย่าง เราจะไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย
การทำ SEO ที่ดีต้องอาศัยทั้งเครื่องมือและความเข้าใจในหลักการพื้นฐาน การใช้ AI เป็นแค่ตัวช่วย ไม่ใช่ทั้งหมดของงาน
การที่เราใช้ Gemini เขียนบทความทั้งหมด หรือให้มันหา Keyword ให้ทั้งหมด โดยที่เราไม่ได้ลงมือคิดวิเคราะห์เองเลย มันอาจจะทำให้คอนเทนต์ของเราขาดความเป็นธรรมชาติ หรือไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ก็ได้นะ
การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของ Google
Gemini ถูกพัฒนามาเพื่อทำงานร่วมกับ Google Search แต่ Google เองก็มีการอัปเดตอัลกอริทึมอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ Gemini ทำงานได้ดีในวันนี้ อาจจะไม่ได้ผลเหมือนเดิมในอนาคตอันใกล้ก็ได้
- ติดตามข่าวสาร: ต้องคอยอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Google Search อยู่เสมอ
- ทดลองและปรับปรุง: อย่าหยุดที่จะทดลองเทคนิคใหม่ๆ และปรับปรุงกลยุทธ์ของเราอยู่เสมอ
- เน้นคุณภาพ: ไม่ว่าอัลกอริทึมจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้ ยังไงก็ยังสำคัญที่สุด
เทคนิคขั้นสูง: ผสาน Gemini กับเครื่องมือ SEO อื่นๆ
พอเราเริ่มคุ้นเคยกับ Gemini แล้ว ก็ถึงเวลาอัปเกรดไปอีกขั้น ด้วยการเอาเจ้า Gemini ไปผสานรวมกับเครื่องมือ SEO ที่เราใช้อยู่ประจำ มันจะช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น เร็วขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเยอะเลยนะ
ทำงานร่วมกับ Google Analytics และ Search Console
เครื่องมือสองตัวนี้คือหัวใจหลักของการทำ SEO อยู่แล้ว พอเอา Gemini มาช่วย มันเหมือนมีผู้ช่วยอัจฉริยะมาคอยวิเคราะห์ข้อมูลให้เราเลย
- วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก: ให้ Gemini ช่วยดูรายงานใน Google Analytics ว่าหน้าไหนคนเข้าเยอะ หน้าไหนคนออกเร็ว แล้วลองถาม Gemini ว่า ‘ทำไมหน้านี้ถึงมี Bounce Rate สูง?’ หรือ ‘หน้าไหนมีโอกาสทำเงินได้อีกบ้าง?’
- หาโอกาสจาก Search Console: ลองเอาข้อมูลจาก Search Console มาให้ Gemini ดู เช่น คำที่คนค้นหาแล้วเจอเว็บเรา แต่ยังไม่ติดอันดับดีๆ แล้วถามว่า ‘มีวิธีปรับปรุงคอนเทนต์สำหรับคำว่า [Keyword] ให้ติดอันดับดีขึ้นไหม?’
- ตรวจสอบประสิทธิภาพ: ให้ Gemini ช่วยสรุปภาพรวมประสิทธิภาพของเว็บไซต์จากข้อมูลในสองเครื่องมือนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น
ใช้ Gemini ร่วมกับเครื่องมือ Keyword Research
การหา Keyword ที่ใช่เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่บางทีเราก็คิดไม่ทั่วถึง การใช้ Gemini เข้ามาช่วยจะทำให้เราเจอ Keyword ที่คาดไม่ถึง
- ต่อยอดไอเดีย: เมื่อได้ Keyword หลักมาแล้ว ลองให้ Gemini ช่วยแตกแขนงหา Long-tail Keyword หรือ Keyword ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่เราอาจมองข้ามไป
- วิเคราะห์ Search Intent: ให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ว่าคนค้นหา Keyword นี้จริงๆ แล้วต้องการอะไรกันแน่ เพื่อที่เราจะได้สร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด
- เปรียบเทียบ Keyword: ลองให้ Gemini ช่วยเปรียบเทียบ Keyword ที่มีศักยภาพหลายๆ คำ ว่าคำไหนน่าจะเหมาะกับธุรกิจของเรามากกว่ากัน โดยดูจากปริมาณการค้นหาและความยากในการแข่งขัน
สร้าง Workflow SEO ที่มีประสิทธิภาพ
การทำงานแบบเป็นระบบจะช่วยให้เราไม่หลงทาง และทำ SEO ได้อย่างต่อเนื่อง ลองสร้าง Workflow โดยมี Gemini เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดูสิ
- ตั้งเป้าหมาย: กำหนดเป้าหมาย SEO ที่ชัดเจน เช่น ต้องการเพิ่ม Traffic กี่เปอร์เซ็นต์ หรือต้องการติดอันดับ Top 3 สำหรับ Keyword อะไร
- ระดมสมองด้วย Gemini: ใช้ Gemini ช่วยหาไอเดียคอนเทนต์, Keyword, หรือแม้กระทั่งโครงสร้างบทความ
- สร้างและปรับปรุงคอนเทนต์: ลงมือเขียนคอนเทนต์ หรือปรับปรุงคอนเทนต์เก่า โดยใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบความถูกต้อง หรือหาคำที่เหมาะสม
- วิเคราะห์ผลลัพธ์: ใช้ Google Analytics และ Search Console ตรวจสอบผลลัพธ์ และให้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
- ปรับแผน: นำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแผนการทำ SEO ในรอบต่อไป
การผสาน Gemini เข้ากับเครื่องมือ SEO ที่มีอยู่ ไม่ใช่การแทนที่เครื่องมือเหล่านั้น แต่เป็นการเพิ่มพลังให้เราทำงานได้ฉลาดขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจเราทุกอย่างเลยล่ะ
อยากเก่ง SEO ขึ้นไปอีกขั้นไหม? ลองเอา Gemini มาใช้คู่กับเครื่องมือ SEO อื่นๆ ดูสิ! มันจะช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้นเยอะเลยนะ ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไง ลองเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของเราสิ เรามีเทคนิคดีๆ รอคุณอยู่เพียบ!
สรุปส่งท้าย: แล้วเราจะไปต่อยังไงกับ Gemini?
ก็ประมาณนี้แหละครับสำหรับคู่มือ SEO ด้วย Gemini ฉบับปี 2025 ที่เราคุยกันมาทั้งหมด หวังว่าคงจะเห็นภาพกันมากขึ้นนะว่าเจ้า AI ตัวนี้มันช่วยเราได้เยอะจริงๆ ตั้งแต่คิดหัวข้อไปจนถึงเขียนเนื้อหาเลยทีเดียว แต่จำไว้นะครับว่า Gemini เป็นแค่เครื่องมือช่วย ไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ที่จะเสกให้เว็บเราปังได้ทันที เราเองก็ต้องมีความรู้เรื่อง SEO พื้นฐานอยู่บ้าง แล้วก็ต้องคอยดูผลลัพธ์ ปรับปรุงกันไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งท้อถ้ามันยังไม่เป๊ะตั้งแต่แรก ลองเอาไปใช้ดูนะครับ แล้วมาดูกันว่าปีหน้าเว็บของเราจะไปได้ไกลแค่ไหน!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Gemini คืออะไร และมันช่วยเรื่อง SEO ได้ยังไง?
Gemini ก็เหมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่ Google สร้างขึ้นมา มันเข้าใจภาษาของเราได้ดีมากๆ เลยนะ ในเรื่อง SEO เนี่ย Gemini ช่วยได้หลายอย่างเลย ตั้งแต่คิดหัวข้อคอนเทนต์ เขียนบทความ หรือแม้กระทั่งช่วยหาคำที่คนใช้ค้นหาเยอะๆ ทำให้เว็บของเราติดอันดับดีขึ้นไงล่ะ
Gemini จะมาแทนที่คนทำ SEO ไหม?
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนะ Gemini เป็นเหมือนเครื่องมือช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น แต่การวางแผน กลยุทธ์ หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน คนเราก็ยังสำคัญอยู่ดี มันเหมือนมีผู้ช่วยเก่งๆ มาทำให้งานยากๆ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่า
ต้องมีความรู้เรื่อง SEO เยอะแค่ไหนถึงจะใช้ Gemini ได้?
ไม่ต้องกังวลเลย! ถึงแม้จะมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้างก็จะดี แต่ถ้าไม่มี Gemini ก็ช่วยแนะนำได้นะ เหมือนมีครูมาสอนไปด้วย ทำงานไปด้วย ทำให้คนที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อนก็สามารถลองใช้ได้เหมือนกัน
Gemini ช่วยเรื่องการเขียนคอนเทนต์ได้แบบไหนบ้าง?
เยอะแยะเลย! Gemini ช่วยคิดไอเดียหัวข้อที่คนสนใจได้ ช่วยร่างบทความให้เรา หรือแม้แต่เอาบทความเก่ามาปรับปรุงให้ดูสดใหม่ น่าอ่านมากขึ้น ทำให้คนอ่านชอบและ Google ก็ชอบด้วย
Gemini หา Keyword ที่ดีให้เราได้จริงเหรอ?
ใช่เลย! Gemini ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าคนกำลังหาอะไร แล้วก็ช่วยหาคำค้นหา (Keyword) ที่ตรงกับสิ่งที่คนอยากรู้จริงๆ ได้ แถมยังช่วยดูด้วยว่าคนค้นหาคำนั้นเพราะอะไร จะได้ทำคอนเทนต์ได้ตรงใจมากขึ้น
ใช้ Gemini ทำ SEO บนมือถือได้ไหม?
ได้แน่นอน! Gemini เข้าถึงได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ เราสามารถใช้มันช่วยคิด ช่วยเขียน หรือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล SEO ได้ทุกที่ทุกเวลาเลย
มีข้อควรระวังอะไรบ้างเวลาใช้ Gemini ทำ SEO?
ต้องเช็คข้อมูลที่ Gemini ให้มาให้ดีก่อนนะ บางทีมันก็อาจจะผิดพลาดได้บ้าง แล้วก็อย่าพึ่งพามันมากเกินไป คิดวิเคราะห์เองด้วย และต้องจำไว้ว่า Google มีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมตลอดเวลา เราต้องคอยตามให้ทันด้วย
Gemini ช่วยเรื่อง Local SEO ได้ไหม?
ช่วยได้สบายมาก! ถ้าเรามีร้านค้า หรือธุรกิจที่อยากให้คนในพื้นที่รู้จัก Gemini ช่วยปรับปรุงข้อมูลบน Google Business Profile ของเราได้ ช่วยคิดคอนเทนต์ที่เหมาะกับคนแถวนั้น หรือแม้แต่ช่วยดูรีวิวจากลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงร้านให้ดีขึ้นไปอีก