ทำ Backlink ยังไงไม่โดนแบน: เทคนิคสร้างลิงก์คุณภาพ ปลอดภัย ไม่เสี่ยง

การสร้างลิงก์คุณภาพ ปลอดภัย ไม่เสี่ยง

การทำ Backlink ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO เลยก็ว่าได้ค่ะ แต่หลายคนก็กังวลว่าถ้าทำผิดวิธี อาจจะโดน Google แบนได้ บทความนี้จะพาไปดูเทคนิคการสร้างลิงก์คุณภาพ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับดีขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา ลองมาดูกันว่าเราจะ ทำ Backlink ยังไงไม่โดนแบน ได้บ้างนะ

Key Takeaways

  • เข้าใจว่า Google ชอบ Backlink แบบไหน เน้นที่คุณภาพและมาจากเว็บที่น่าเชื่อถือ
  • หาโอกาสสร้างลิงก์จากเว็บที่มีเนื้อหาคล้ายกัน หรือเว็บที่มีคนเข้าเยอะๆ
  • สร้างเนื้อหาดีๆ ให้คนอยากแชร์ต่อเอง จะได้ Backlink แบบธรรมชาติ
  • เลี่ยงการซื้อลิงก์ หรือใช้โปรแกรมช่วยสร้างลิงก์อัตโนมัติเด็ดขาด
  • หมั่นตรวจสอบลิงก์ที่เข้ามาอยู่เสมอ และจัดการลิงก์ที่ไม่ดีออกไป

เข้าใจหลักการทำ Backlink ที่ Google รัก

ทำไม Backlink ถึงสำคัญกับ SEO

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเราหาข้อมูลอะไรใน Google เนี่ย เว็บไซต์ที่ติดอันดับต้นๆ มันมักจะมีลิงก์จากเว็บอื่นมาเยอะแยะไปหมด นั่นแหละครับคือ Backlink หรือลิงก์ย้อนกลับนั่นเอง

Google มองว่า Backlink เปรียบเสมือนการโหวตให้เว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีเว็บอื่นน่าเชื่อถือมาลิงก์หามากเท่าไหร่ Google ก็ยิ่งคิดว่าเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่ดี มีประโยชน์ และน่าเชื่อถือตามไปด้วย มันเลยส่งผลโดยตรงต่ออันดับในหน้าผลการค้นหา หรือที่เรียกกันว่า SEO นั่นแหละครับ

ลองนึกภาพตามนะ ถ้ามีคนแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ ให้เราหลายๆ คน เราก็คงอยากไปลองใช่ไหม? Backlink ก็คล้ายๆ กันเลยครับ ยิ่งมีคนแนะนำ (ลิงก์) มาเยอะ ก็ยิ่งน่าสนใจ

Google มองหา Backlink แบบไหนกันนะ

ไม่ใช่ว่าลิงก์ไหนก็ได้นะที่ Google จะชอบ Google เขาฉลาดกว่านั้นเยอะ เขาจะดูหลายอย่างเลยครับ หลักๆ ที่เขาชอบก็คือ:

  • ลิงก์จากเว็บที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกัน: ถ้าเว็บของคุณเกี่ยวกับทำอาหาร แล้วมีเว็บสูตรอาหารดังๆ มาลิงก์ให้ อันนี้ดีเลย Google จะมองว่าลิงก์นี้มีความหมายและเกี่ยวข้องจริงๆ
  • ลิงก์จากเว็บที่มี Authority สูง: เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ มีคนเข้าเยอะๆ หรือเป็นเว็บที่ Google ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าเว็บพวกนี้มาลิงก์ให้ ถือว่าเป็นแต้มบุญมหาศาลเลยครับ
  • ลิงก์ที่มาจากเนื้อหาจริงๆ: ไม่ใช่การแปะลิงก์มั่วๆ แต่เป็นการอ้างอิงถึงเนื้อหาในเว็บของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ในบทความพูดถึงเรื่องนี้ แล้วก็มีลิงก์มายังเว็บของคุณเพื่อให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
  • ลิงก์ที่หลากหลาย: ไม่ใช่มาจากเว็บประเภทเดียว หรือมาจากหน้าเดิมๆ ซ้ำๆ Google ชอบความหลากหลายครับ
สรุปง่ายๆ คือ Google ชอบลิงก์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเราครับ

สัญญาณเตือนว่า Backlink ของเรากำลังมีปัญหา

บางทีเราอาจจะทำ Backlink ไปเยอะแยะ แต่ถ้ามันไม่ถูกวิธี มันอาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้นะ สังเกตสัญญาณพวกนี้ดูครับ:

  • อันดับใน Google ตกฮวบฮาบ: จู่ๆ อันดับก็หายไปเลย อาจจะเพราะ Google ตรวจเจอว่าลิงก์ที่เราได้มามันไม่ดี
  • ได้รับอีเมลแจ้งเตือนจาก Google Search Console: ถ้า Google มีอะไรจะบอก เขาจะส่งมาทางนี้แหละครับ ต้องหมั่นเข้าไปเช็ค
  • จำนวน Backlink เพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ: จู่ๆ มีลิงก์เข้ามาเป็นร้อยเป็นพันในเวลาอันสั้นๆ แบบนี้แหละน่าสงสัย
  • ลิงก์มาจากเว็บสแปม หรือเว็บที่ไม่มีคุณภาพ: เว็บที่เต็มไปด้วยโฆษณา หรือเนื้อหาซ้ำๆ มั่วๆ ถ้ามีลิงก์มาจากเว็บพวกนี้ ระวังไว้เลยครับ

ถ้าเจอสัญญาณพวกนี้เมื่อไหร่ ต้องรีบตรวจสอบและแก้ไขนะครับ ไม่งั้นอาจจะโดน Google ลงโทษเอาได้

สร้าง Backlink คุณภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

การจะสร้าง Backlink ให้ Google รักและไม่มองว่าเป็นสแปมเนี่ย หัวใจสำคัญมันอยู่ที่ ‘คุณภาพ’ และ ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของแหล่งที่มานั่นแหละครับ

หาโอกาสจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง

ลองคิดดูนะ ถ้าเว็บของคุณเกี่ยวกับกาแฟ แล้วมีลิงก์จากเว็บขายเครื่องซักผ้ามา มันก็ดูแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ? Google ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ เขาจะมองหาลิงก์ที่มาจากเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน หรือมีความเกี่ยวข้องกัน

  • มองหาบล็อกเกอร์หรือเว็บไซต์ที่พูดถึงเรื่องที่คุณสนใจ เช่น ถ้าคุณขายอุปกรณ์ทำสวน ลองหาเว็บที่รีวิวต้นไม้ หรือให้คำแนะนำเรื่องการปลูกดูสิ
  • ดูว่าคู่แข่งของคุณได้ลิงก์มาจากไหนบ้าง บางทีอาจเจอโอกาสดีๆ ที่เรามองข้ามไป
  • เข้าร่วมกลุ่มหรือฟอรั่มออนไลน์ที่เกี่ยวกับวงการของคุณ แล้วลองเข้าไปมีส่วนร่วม อาจเจอช่องทางในการแนะนำเว็บเราแบบเนียนๆ
การหาลิงก์จากเว็บที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง จะทำให้ Google เข้าใจว่าเว็บของคุณมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ จริงๆ นะ

เจาะลึกเว็บไซต์ที่มี Authority สูง

เว็บไซต์ที่มี Authority สูง หรือพูดง่ายๆ คือเว็บที่คนเชื่อถือและ Google ให้เครดิตเยอะๆ เนี่ย การได้ลิงก์จากที่นั่นมาเหมือนได้ใบการันตีชั้นดีเลยครับ

  • เว็บข่าวใหญ่ๆ หรือเว็บของหน่วยงานรัฐ พวกนี้มักจะมี Authority สูง แต่ก็แลกมาด้วยความยากในการได้ลิงก์
  • เว็บการศึกษา หรือมหาวิทยาลัย ก็เป็นอีกแหล่งที่น่าสนใจ
  • เว็บที่มีชื่อเสียงในวงการของคุณ เช่น ถ้าเป็นเว็บเกี่ยวกับเทคโนโลยี ก็อาจจะเป็นเว็บรีวิวแกดเจ็ตดังๆ

การจะได้ลิงก์จากเว็บพวกนี้มา อาจจะต้องใช้ความพยายามหน่อย เช่น การสร้างคอนเทนต์ที่เจ๋งมากๆ หรือการสร้างความสัมพันธ์กับคนในวงการนั้นๆ

สร้างคอนเทนต์ให้คนอยากแชร์ต่อเอง

วิธีที่ดีที่สุดในการสร้าง Backlink คุณภาพ คือการสร้างคอนเทนต์ที่มันดีจริงๆ จนคนอยากจะแชร์หรืออ้างอิงถึงเองโดยที่เราไม่ต้องไปขอเลย

  • ทำข้อมูลเชิงลึก หรือสถิติที่น่าสนใจ ที่เว็บอื่นเอาไปใช้ต่อได้ง่ายๆ
  • สร้าง Infographic หรือภาพสวยๆ ที่คนอยากเอาไปแปะในเว็บตัวเอง
  • เขียนบทความที่เป็นประโยชน์มากๆ แก้ปัญหาให้คนอ่านได้จริง

คอนเทนต์ที่ดีคือแม่เหล็กดึงดูด Backlink ชั้นยอดเลยล่ะครับ

เทคนิคสร้าง Backlink แบบธรรมชาติ ไม่น่าสงสัย

การสร้างลิงก์คุณภาพอย่างปลอดภัย

การสร้าง Backlink ที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่น่าสงสัยเป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO ที่ยั่งยืนนะ เพราะ Google เขาฉลาดขึ้นทุกวัน ถ้าเห็นลิงก์แปลกๆ มาเยอะๆ อาจจะมองว่าเราพยายามปั่นอันดับ ซึ่งไม่ดีแน่ๆ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่ทำให้ลิงก์ของเราดูดีในสายตา Google

การเขียน Guest Post อย่างไรให้ได้ผล

การเขียน Guest Post หรือการไปโพสต์บทความตามเว็บอื่นเนี่ย เป็นวิธีที่นิยมกันมาก เพราะนอกจากจะได้ลิงก์กลับมาแล้ว ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เราด้วย แต่จะเขียนยังไงให้คนอยากอ่านและ Google ชอบล่ะ?

  • เลือกเว็บให้ถูก: หาเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเรา และมีคนอ่านเยอะๆ หน่อย จะได้มีคนเห็นเยอะๆ
  • เขียนให้มีคุณภาพ: เนื้อหาต้องดี มีประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่แค่แปะลิงก์ไปเรื่อยเปื่อย
  • ใส่ลิงก์อย่างเหมาะสม: อย่าใส่ลิงก์เยอะเกินไป หรือลิงก์ไปหน้าที่ไม่เกี่ยวกันเลย ใส่แค่ลิงก์ที่เกี่ยวข้องจริงๆ และเป็นธรรมชาติ
  • สร้างความสัมพันธ์: ลองเข้าไปคุยกับเจ้าของเว็บก่อน หรือคอมเมนต์บทความเขาบ้าง จะได้ดูไม่เหมือนไปขอเขาลงอย่างเดียว
การเขียน Guest Post ที่ดี ไม่ใช่แค่การหาลิงก์ แต่คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นๆ และแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้เขา

ใช้ประโยชน์จาก Social Media ให้เต็มที่

โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งสร้างทราฟฟิกและสร้างการรับรู้ที่ดีมากๆ เลยนะ ถึงแม้ลิงก์บนโซเชียลส่วนใหญ่จะเป็น nofollow แต่ก็ช่วยให้คนรู้จักเรามากขึ้น และอาจจะนำไปสู่การเกิด Backlink แบบธรรมชาติได้

  • แชร์คอนเทนต์ของเรา: โพสต์บทความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่น่าสนใจลงไปเลย
  • มีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม: ตอบคอมเมนต์ ตอบคำถาม สร้างปฏิสัมพันธ์ให้คนรู้สึกผูกพัน
  • ใช้กลุ่มต่างๆ: เข้าร่วมกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา แล้วเข้าไปแชร์ความรู้ (ไม่ใช่แค่ขายของนะ)
  • ทำโปรไฟล์ให้น่าสนใจ: ใส่ลิงก์เว็บไซต์ของเราไว้ในโปรไฟล์ให้ชัดเจน

สร้างความสัมพันธ์กับ Influencer ในวงการ

การมีคอนเน็กชันกับคนที่มีอิทธิพลในวงการ (Influencer) ก็เป็นอีกทางที่ช่วยได้นะ ถ้าเขาชอบคอนเทนต์ของเราจริงๆ เขาอาจจะแชร์หรือพูดถึงเรา ทำให้เกิดการพูดถึงและอาจจะมีคนอื่นตามมาลิงก์ให้เราเอง

  • ติดตามและมีส่วนร่วม: กดติดตามพวกเขา กดไลก์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์บทความของเขาอย่างสม่ำเสมอ
  • สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ: ทำคอนเทนต์ที่เขาอาจจะอยากหยิบไปพูดถึง หรือเป็นประโยชน์กับผู้ติดตามของเขา
  • ติดต่ออย่างสุภาพ: ถ้ามีโอกาส ลองส่งข้อความไปแนะนำตัว หรือเสนอไอเดียที่น่าสนใจให้เขา

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น จะนำไปสู่โอกาสในการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพอย่างคาดไม่ถึง ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะ รับรองว่าเว็บของเราจะดูดีในสายตา Google แน่นอน และยังช่วยเพิ่ม traffic ให้เว็บไซต์ ได้อีกด้วย

หลีกเลี่ยงการทำ Backlink ที่เสี่ยงต่อการโดนแบน

การสร้างลิงก์คุณภาพ ปลอดภัย ไม่เสี่ยง

มาถึงหัวข้อสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป การทำ Backlink ที่ดีควรจะมาจากธรรมชาติและมีคุณภาพ แต่ก็มีหลายวิธีที่ถ้าทำแล้วอาจจะทำให้เว็บไซต์ของเราโดน Google ลงโทษได้ง่ายๆ เลยนะ

อย่าซื้อขายลิงก์เด็ดขาด

เรื่องนี้ต้องย้ำกันชัดๆ เลยว่า การซื้อขายลิงก์เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด ในสายตาของ Google มันคือการปั่นอันดับที่ผิดธรรมชาติมากๆ ถ้า Google จับได้ว่าเรากำลังซื้อลิงก์เพื่อดันอันดับเว็บไซต์ตัวเองล่ะก็ เตรียมตัวรับโทษได้เลย อาจจะโดนลดอันดับ หรือร้ายแรงกว่านั้นคือโดนแบนถาวรเลยก็มีนะ การสร้างลิงก์ที่ดีควรมาจากเนื้อหาที่มีคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่การใช้เงินซื้อเอาดื้อๆ

ระวังการใช้โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ

สมัยก่อนอาจจะมีโปรแกรมที่ช่วยสร้างลิงก์ให้เราได้เยอะๆ แบบอัตโนมัติ แต่บอกเลยว่ายุคนี้ Google ฉลาดขึ้นเยอะ โปรแกรมพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะสร้างลิงก์คุณภาพต่ำ หรือลิงก์จากเว็บสแปม ซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ของเรามากกว่าผลดีนะ การใช้โปรแกรมพวกนี้เหมือนการเอาปืนไปจ่อหัวตัวเองเลย แทนที่จะช่วยดันอันดับ กลับกลายเป็นว่าไปเพิ่มความเสี่ยงให้เว็บโดนแบนแทน

อย่าแลกลิงก์แบบพร่ำเพรื่อ

การแลกลิงก์ก็เป็นอีกวิธีที่ต้องระวัง ถ้าเราไปแลกลิงก์กับเว็บที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย หรือแลกกันแบบเยอะเกินไปจนผิดสังเกต Google ก็อาจจะมองว่าเรากำลังพยายามปั่นอันดับอยู่ดีนะ ลองคิดดูว่าถ้าเว็บเราเกี่ยวกับทำอาหาร แล้วไปแลกลิงก์กับเว็บขายอะไหล่รถยนต์ มันจะดูน่าสงสัยแค่ไหนล่ะ ควรเลือกแลกลิงก์กับเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และดูเป็นธรรมชาติที่สุดจะดีกว่า

การทำ Internal Link ที่ช่วยเสริม Backlink

หลายคนอาจจะโฟกัสกับการหา Backlink จากเว็บอื่นจนลืมไปว่า การเชื่อมโยงลิงก์ภายในเว็บตัวเอง หรือที่เรียกว่า Internal Link ก็สำคัญไม่แพ้กันนะ แถมยังช่วยเสริมให้ Backlink ที่เราได้มาจากข้างนอกมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ความสำคัญของการเชื่อมโยงภายในเว็บ

Internal Link ไม่ใช่แค่ช่วยให้คนอ่านหาข้อมูลในเว็บเราได้ง่ายขึ้นเท่านั้นนะ แต่ Google เองก็ใช้ลิงก์พวกนี้แหละในการทำความเข้าใจโครงสร้างเว็บของเรา ว่าหน้าไหนสำคัญ หน้าไหนเกี่ยวข้องกับอะไร มันเหมือนเรากำลังบอก Google ว่า "เฮ้! หน้าพวกนี้มันเกี่ยวข้องกันนะ" การทำแบบนี้จะช่วยกระจาย ‘น้ำหนัก’ หรือ ‘ความน่าเชื่อถือ’ จากหน้าที่มี Backlink ดีๆ ไปยังหน้าอื่นๆ ที่เราอยากดันให้มีอันดับสูงขึ้นได้ด้วย

เทคนิควาง Internal Link ให้ Google เข้าใจง่าย

เวลาจะวาง Internal Link ลองคิดแบบนี้:

  • วางลิงก์ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: ถ้าเรากำลังพูดถึงเรื่อง ‘การทำโฆษณา Facebook’ ในบทความหนึ่ง แล้วเรามีอีกบทความที่เจาะลึกเรื่อง ‘การเขียนแคปชั่นโฆษณา’ ก็ควรจะใส่ลิงก์ไปหาบทความนั้นในเนื้อหาของเราเลย
  • อย่าใส่ลิงก์เยอะเกินไป: การใส่ลิงก์พร่ำเพรื่อจนเนื้อหาอ่านยาก จะทำให้ทั้งคนอ่านและ Google รู้สึกไม่ดีนะ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณเสมอ
  • ใช้ Anchor Text ที่สื่อความหมาย: คำที่เราใช้ทำลิงก์ (Anchor Text) ควรจะบอกได้ว่าถ้าคลิกไปแล้วจะเจออะไร เช่น แทนที่จะใช้คำว่า "คลิกที่นี่" ลองเปลี่ยนเป็น "เทคนิคการเขียนแคปชั่นโฆษณา" จะดีกว่า

ใช้ Anchor Text อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

Anchor Text คือคำที่เราใช้คลิกเพื่อไปยังหน้าอื่น มันมีผลต่อ SEO มากนะ ถ้าเราใช้ Anchor Text ที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่เราต้องการให้หน้านั้นติดอันดับ มันก็จะช่วย Google เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร ลองดูตัวอย่างนี้:

  • ตรงเป้า: ถ้าอยากให้หน้าเกี่ยวกับ "วิธีทำโฆษณา Facebook" ติดอันดับ ก็ใช้ Anchor Text ประมาณว่า "วิธีทำโฆษณา Facebook" หรือ "ขั้นตอนการลงโฆษณา Facebook"
  • กว้างขึ้นนิดหน่อย: อาจจะใช้คำที่เกี่ยวข้อง เช่น "การลงโฆษณาบน Facebook" หรือ "สร้างแคมเปญ Facebook Ads"
  • หลีกเลี่ยง: คำที่กว้างเกินไป หรือไม่สื่อความหมายเลย เช่น "อ่านต่อ", "ที่นี่", "ข้อมูลเพิ่มเติม" พวกนี้ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่

การทำ Internal Link ที่ดี มันเหมือนเรากำลังสร้างแผนที่ให้ Google เดินทางในเว็บเราได้สะดวกขึ้น แถมยังช่วยให้คนอ่านเจอข้อมูลที่เขาต้องการได้เร็วขึ้นด้วยนะ ลองเอาไปปรับใช้ดู รับรองว่าช่วยเสริม Backlink ที่เราทำมาได้ดีเลยล่ะ ถ้าอยากรู้เรื่องการทำโฆษณาให้ปังๆ ลองดู เทคนิคการทำโฆษณา Facebook เพิ่มเติมได้

ตรวจสอบและจัดการ Backlink ที่ไม่ดี

พอทำ Backlink ไปสักพัก เราก็ต้องมาเช็คกันหน่อยว่ามีลิงก์ไหนที่มันจะพาเราไปสู่หายนะบ้างนะ การมีลิงก์แย่ๆ ติดเว็บเราเนี่ย มันเหมือนมีหนามคอยทิ่มแทง SEO ของเราเลยล่ะ

วิธีหา Backlink ที่เป็นพิษ

จริงๆ แล้วมันก็มีหลายวิธีนะที่จะส่องดูว่าใครมาแปะลิงก์ให้เราบ้าง เครื่องมืออย่าง Ahrefs, SEMrush หรือ Moz นี่แหละ ตัวช่วยชั้นดีเลย ลองเข้าไปดูในส่วนของ "Referring Domains" หรือ "Backlinks" แล้วก็ไล่ดูไปทีละเว็บเลย

  • ดูจาก Domain Rating (DR) หรือ Domain Authority (DA): ถ้าเว็บไหนมีค่าพวกนี้ต่ำมากๆ หรือไม่มีเลย ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนแล้ว
  • ดูจากเนื้อหาของเว็บ: เว็บไซต์นั้นเกี่ยวกับอะไร? ถ้ามันดูสแปมๆ โป๊เปลือย หรือไม่เกี่ยวข้องกับเว็บเราเลย ก็ต้องระวังไว้
  • ดูจากรูปแบบของลิงก์: ลิงก์ที่แปะมามันดูธรรมชาติไหม? หรือว่ายัดเยียดจนน่าเกลียด
  • ดูจากจำนวนลิงก์: บางทีเว็บที่ให้ลิงก์เรามา อาจจะมีลิงก์ออกไปเยอะมากๆ จนดูไม่น่าเชื่อถือ

การใช้ Disavow Tool อย่างถูกต้อง

ถ้าเจอลิงก์ที่คิดว่ามันเป็นพิษจริงๆ และเราไม่สามารถขอให้เว็บนั้นเอาลิงก์ออกให้ได้ เราก็ต้องใช้ "Disavow Tool" ของ Google ช่วยนะ เครื่องมือนี้จะบอก Google ว่า "เฮ้ย ลิงก์จากเว็บนี้ ฉันไม่เอานะ ไม่นับนะ"

วิธีใช้ก็ไม่ยาก แค่สร้างไฟล์ .txt ขึ้นมา แล้วลิสต์รายชื่อโดเมนที่เราไม่ต้องการลงไปในนั้น (ใส่แค่ชื่อโดเมนก็พอ ไม่ต้องใส่ http:// หรือ https://) แล้วก็อัปโหลดผ่าน Google Search Console แค่นี้เอง แต่ต้องใช้ให้ถูกนะ ถ้าใช้มั่วๆ อาจจะส่งผลเสียกับเว็บเราได้เลย

การ Disavow ลิงก์ที่ไม่ดีเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง อย่าเพิ่งรีบ Disavow ทุกอย่างที่ดูไม่ดี ลองพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจนะ

หมั่นตรวจสอบโปรไฟล์ Backlink สม่ำเสมอ

การทำ SEO มันไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบนะ เราต้องคอยเช็คโปรไฟล์ Backlink ของเราอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยก็เดือนละครั้ง หรือถ้ามีอะไรผิดปกติก็เข้าไปดูทันที การหมั่นตรวจสอบจะช่วยให้เราเจอลิงก์แย่ๆ ได้เร็ว และจัดการกับมันก่อนที่มันจะส่งผลเสียต่ออันดับของเรามากเกินไป

สร้าง Backlink จากการทำคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยม

มาถึงหัวข้อที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่จริงๆ แล้วมันคือหัวใจสำคัญของการทำ Backlink เลยนะ คือการสร้างคอนเทนต์ให้มันดีจนคนอื่นอยากจะลิงก์มาหาเราเองแบบธรรมชาติๆ ไม่ต้องไปวิ่งวุ่นหาที่แปะลิงก์ให้เหนื่อย ลองคิดดูสิ ถ้าเราเจอข้อมูลเจ๋งๆ ที่ไหน เราก็อยากจะแชร์ หรืออ้างอิงถึงใช่ไหมล่ะ? นั่นแหละคือสิ่งที่ Google มองหา

คอนเทนต์แบบไหนที่คนอยากลิงก์ถึง

จริงๆ มันก็ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอกนะ แต่มันมีแนวทางที่ทำให้คอนเทนต์ของเราน่าสนใจจนคนอยากลิงก์ถึงมากขึ้นเยอะเลย

  • ข้อมูลเชิงลึกที่หาไม่ได้ง่ายๆ: พวกงานวิจัย สถิติ หรือการวิเคราะห์ที่เจาะลึกมากๆ ที่คนทั่วไปทำไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาเยอะในการหาข้อมูล
  • คู่มือฉบับสมบูรณ์: อะไรก็ตามที่อธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย หรือเป็นเหมือนคัมภีร์สำหรับเรื่องนั้นๆ คนจะชอบกลับมาอ้างอิง
  • เครื่องมือหรือ Gadget ที่มีประโยชน์: ถ้าเราสร้างอะไรที่ช่วยแก้ปัญหาให้คนได้จริงๆ เช่น เครื่องคำนวณ หรือ Checklist ที่ใช้งานได้จริง คนก็จะอยากแชร์และลิงก์มา
  • เรื่องราวที่น่าสนใจและมีอารมณ์ร่วม: บางทีคอนเทนต์ที่เล่าเรื่องได้ดี มีมุมมองที่น่าคิด หรือสร้างแรงบันดาลใจ ก็ดึงดูดให้คนอยากแชร์ต่อได้เหมือนกัน
หัวใจสำคัญคือการสร้างคอนเทนต์ที่แก้ปัญหาให้คน หรือให้ข้อมูลที่หาได้ยากจริงๆ

การทำ Infographic และ Visual Content

สมัยนี้คนชอบอะไรที่ดูง่ายๆ เร็วๆ ใช่ไหมล่ะ? Infographic หรือภาพสวยๆ ที่สรุปข้อมูลยากๆ ให้เข้าใจง่ายๆ มันเลยฮิตมาก เพราะมันย่อยง่าย แชร์ต่อก็ง่าย คนเห็นก็อยากเอาไปแปะในเว็บตัวเอง หรือแชร์ในโซเชียล

  • Infographic: เหมาะมากกับการสรุปสถิติ ตัวเลข หรือขั้นตอนต่างๆ ให้เป็นภาพที่น่าสนใจ
  • ภาพประกอบสวยๆ: รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา และมีคุณภาพดี ช่วยให้คอนเทนต์น่าอ่านขึ้นเยอะเลย
  • วิดีโอสั้นๆ: การทำวิดีโออธิบาย หรือสาธิตอะไรบางอย่าง ก็เป็นที่นิยมมากในยุคนี้

ลองทำคอนเทนต์ที่เน้นภาพ หรือข้อมูลที่ย่อยง่ายๆ ดูสิ รับรองว่ามีคนอยากลิงก์ถึงแน่นอน

การสร้าง Resource Page ที่มีคุณค่า

Resource Page หรือหน้าที่รวบรวมลิงก์ที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ไว้ในที่เดียว มันเหมือนเป็นขุมทรัพย์ของข้อมูลเลยนะ ถ้าเราทำหน้าที่นี้ได้ดี คนก็จะเข้ามาดูบ่อยๆ และถ้าเราใส่ลิงก์ไปยังเว็บอื่นที่มีประโยชน์จริงๆ เขาก็อาจจะอยากตอบแทนด้วยการลิงก์กลับมาหาเรา หรืออย่างน้อยๆ เขาก็จะเห็นเราในฐานะแหล่งข้อมูลที่ดี

  • เลือกหัวข้อที่คนสนใจ: หาว่าคนในวงการเรากำลังสนใจเรื่องอะไร แล้วรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น
  • คัดสรรลิงก์คุณภาพ: เลือกเฉพาะเว็บหรือบทความที่มีประโยชน์จริงๆ อย่าใส่ลิงก์มั่วๆ
  • อัปเดตสม่ำเสมอ: ทำให้แน่ใจว่าลิงก์ที่ใส่ไปยังใช้งานได้ และข้อมูลยังทันสมัย

การสร้างคอนเทนต์ดีๆ มันเหมือนการปลูกต้นไม้ ยิ่งดูแลดีๆ มันก็ยิ่งเติบโตและให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวนะ

การทำ Local SEO และ Backlink ท้องถิ่น

ความสำคัญของ Local Citation

เวลาคนหาอะไรใกล้ๆ ตัว อย่างร้านอาหาร คลินิก หรือร้านซ่อมรถ เขาจะใช้คำค้นหาที่ระบุตำแหน่ง เช่น "ร้านกาแฟใกล้ฉัน" หรือ "หมอทำฟัน บางนา" นี่แหละครับคือโอกาสทองของธุรกิจท้องถิ่นเลย การทำ Local SEO คือการทำให้ธุรกิจของเราไปปรากฏในผลการค้นหาเหล่านั้น ยิ่งเรามีข้อมูลธุรกิจที่ถูกต้องและสม่ำเสมอในแหล่งต่างๆ มากเท่าไหร่ Google ก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้นเท่านั้น

Local Citation ก็คือการที่ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ (NAP – Name, Address, Phone Number) ของเราไปปรากฏอยู่ในไดเรกทอรีออนไลน์ต่างๆ เช่น เว็บไซต์รีวิวธุรกิจ, แผนที่ออนไลน์, หรือแม้แต่เว็บไซต์ของสมาคมท้องถิ่น ยิ่งมี Citation เยอะและถูกต้อง ก็เหมือนเรามีใบรับรองจากหลายๆ ที่ว่าธุรกิจเรามีตัวตนจริงและน่าเชื่อถือ

  • Google Maps: อันดับแรกเลย ต้องมีธุรกิจของเราบน Google Maps ให้ได้ก่อน
  • Online Directories: พวก Yellow Pages ออนไลน์, Yelp, หรือเว็บรวมธุรกิจท้องถิ่นต่างๆ
  • Industry-Specific Directories: ถ้าเราทำธุรกิจเฉพาะทาง ก็หาเว็บไดเรกทอรีของวงการนั้นๆ
การมีข้อมูล NAP ที่ตรงกันทุกที่คือหัวใจสำคัญ ถ้าชื่อร้านเราสะกดไม่เหมือนกัน หรือเบอร์โทรผิดไปนิดเดียว Google อาจจะสับสนและให้คะแนนเราน้อยลงได้นะ

การสร้าง Backlink จากธุรกิจใกล้เคียง

ลองมองรอบๆ ธุรกิจของเราดูสิครับ มีร้านค้า หรือบริการอื่นๆ ที่น่าจะทำงานร่วมกันได้ไหม? การสร้างความสัมพันธ์กับธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ สามารถนำไปสู่โอกาสในการได้ Backlink ที่มีคุณภาพได้นะ

  • เป็นสปอนเซอร์งานอีเวนต์ท้องถิ่น: บางทีงานเล็กๆ น้อยๆ ในชุมชน อาจจะมีเว็บไซต์ของงาน หรือหน่วยงานที่จัดงานให้เราลงลิงก์กลับมาได้
  • ร่วมมือกับธุรกิจที่ไม่ใช่คู่แข่ง: เช่น ร้านกาแฟ อาจจะร่วมกับร้านหนังสือ จัดโปรโมชั่น หรือแลกเปลี่ยนการโปรโมทกัน
  • เขียนรีวิวให้กัน: ถ้าเราไปใช้บริการร้านอื่นแล้วประทับใจ ลองเขียนรีวิวดีๆ ให้เขา แล้วอาจจะขอให้เขาช่วยเขียนรีวิวให้เราบ้าง (ถ้าเขามีเว็บไซต์)

ใช้ Google My Business ให้เป็นประโยชน์

อันนี้ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ครับ Google My Business (GMB) หรือปัจจุบันคือ Google Business Profile (GBP) คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ทรงพลังมากๆ สำหรับธุรกิจท้องถิ่น การตั้งค่า GMB ให้สมบูรณ์และถูกต้อง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

  • ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน: ชื่อธุรกิจ, ที่อยู่, เบอร์โทร, เวลาทำการ, เว็บไซต์, หมวดหมู่ธุรกิจ, คำอธิบายธุรกิจ
  • อัปโหลดรูปภาพ: รูปหน้าร้าน, รูปภายใน, รูปสินค้าหรือบริการ จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มาก
  • โพสต์อัปเดต: ใช้ฟีเจอร์โพสต์เพื่อแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือกิจกรรมต่างๆ
  • ตอบรีวิว: ทั้งรีวิวดีและไม่ดี การตอบกลับอย่างมืออาชีพแสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจลูกค้า
  • ใช้ Q&A: ตอบคำถามที่ลูกค้าอาจจะสงสัย

การมีโปรไฟล์ GMB ที่ดีและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ธุรกิจของเรามีโอกาสแสดงผลใน Google Maps และ Local Pack (กล่องผลการค้นหาท้องถิ่น) ได้สูงขึ้นมาก ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลโดยตรงต่อการมองเห็นและโอกาสในการได้ลูกค้าใหม่ๆ ในพื้นที่ของเราครับ

วัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์ Backlink

การสร้างลิงก์คุณภาพ ปลอดภัย ไม่เสี่ยง

เครื่องมือช่วยวัดผล Backlink

พอทำ Backlink ไปแล้ว ก็ต้องมาดูกันหน่อยว่ามันเวิร์คจริงไหมนะ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง เครื่องมือพวกนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

  • Google Search Console: อันนี้ฟรีและดีมากๆ ช่วยบอกเราได้ว่าเว็บเรามีลิงก์เข้ามาจากไหนบ้าง แล้วก็ดูได้ว่าลิงก์พวกนั้นส่งผลต่ออันดับของเรายังไงบ้าง
  • Ahrefs / SEMrush / Moz: พวกนี้เป็นเครื่องมือเสียเงิน แต่ข้อมูลแน่นปึ้ก บอกได้ละเอียดกว่าเยอะ ทั้งจำนวนลิงก์ คุณภาพลิงก์ โดเมนที่ลิงก์มา หรือแม้กระทั่งลิงก์ที่เสียไปแล้ว
  • Majestic: อีกตัวที่เน้นเรื่อง Backlink โดยเฉพาะ มีฐานข้อมูลใหญ่พอสมควร

วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุง

พอได้ข้อมูลจากเครื่องมือมาแล้ว ก็ต้องมานั่งดูกันว่ามันบอกอะไรเราบ้างนะ การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการทำ SEO

  • ดูว่าลิงก์มาจากไหน: ถ้าลิงก์ส่วนใหญ่มาจากเว็บคุณภาพดี มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรา อันนี้ถือว่าเยี่ยมเลย แต่ถ้ามาจากเว็บสแปม หรือเว็บที่ไม่เกี่ยวกันเลย อันนี้ต้องรีบจัดการ
  • ดูคุณภาพของลิงก์: ลิงก์ที่มาจากเว็บที่มี Authority สูงๆ หรือเว็บที่คนเข้าเยอะๆ ย่อมดีกว่าลิงก์จากเว็บที่แทบไม่มีใครรู้จัก
  • ดู Anchor Text: ข้อความที่เราใช้ทำลิงก์มันตรงกับเนื้อหาที่เราจะไปไหม ถ้าใช้คำซ้ำๆ เดิมๆ เยอะเกินไป อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
การทำ Backlink ไม่ใช่แค่การสร้างลิงก์ให้เยอะๆ แต่ต้องดูที่ คุณภาพ และ ความสัมพันธ์ ของลิงก์นั้นๆ กับเว็บของเราด้วยนะ

การทำ Backlink อย่างต่อเนื่อง

การทำ Backlink ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบนะ มันเหมือนกับการดูแลสวน ต้องรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้มันเติบโตและแข็งแรง

  1. วางแผนระยะยาว: กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าอยากได้ Backlink คุณภาพประมาณไหน จำนวนเท่าไหร่
  2. สร้างคอนเทนต์ดีๆ: คอนเทนต์ที่ดีจะดึงดูดให้คนอยากลิงก์มาหาเราเองตามธรรมชาติ
  3. หาโอกาสใหม่ๆ: มองหาช่องทางในการสร้างลิงก์อยู่เสมอ อาจจะจากการทำคอนเทนต์ใหม่ๆ หรือการสร้างสัมพันธ์กับเว็บอื่น
  4. ตรวจสอบสม่ำเสมอ: เช็คโปรไฟล์ Backlink ของเราเป็นประจำ เพื่อดูว่ามีลิงก์เสีย หรือลิงก์ที่ไม่ดีเข้ามาบ้างไหม

การปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอ จะช่วยให้เราไม่ตกเทรนด์ และทำให้ Backlink ของเรามีคุณภาพ ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโดนแบนจ้า

การวัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์ Backlink เป็นเรื่องสำคัญมากนะ เหมือนเราต้องคอยดูว่าแผนที่เราทำไปมันเวิร์คไหม ถ้าอันไหนดีก็ทำต่อ อันไหนไม่ดีก็ต้องเปลี่ยน หรือหาวิธีใหม่ๆ มาลอง เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ ลองเข้ามาดูเครื่องมือดีๆ ที่จะช่วยให้การทำ Backlink ของคุณง่ายขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจได้ที่เว็บไซต์ของเราสิ!

สรุปแล้ว ทำ Backlink ยังไงให้รอด?

เอาล่ะครับ มาถึงบทสรุปกันแล้วนะ การทำ Backlink เนี่ย มันก็เหมือนกับการสร้างความสัมพันธ์ดีๆ กับคนอื่นนั่นแหละ ถ้าเราไปขอลิงก์แบบมั่วๆ ส่งสแปม หรือใช้เทคนิคที่มันดูไม่น่าไว้ใจ สุดท้าย Google ก็จับได้อยู่ดี แล้วเว็บเราก็จะโดนลงโทษ กลายเป็นว่าเสียเวลาเปล่าๆ แทนที่จะได้อันดับดีๆ กลับแย่ลงไปอีก

จำไว้เลยว่า คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ การมีลิงก์จากเว็บที่น่าเชื่อถือ หรือเว็บที่เนื้อหาเกี่ยวกับเราจริงๆ มันดีกว่ามีลิงก์เป็นร้อยเป็นพันจากเว็บที่ไหนก็ไม่รู้เยอะเลยนะ ค่อยๆ ทำไปทีละนิด สร้างคอนเทนต์ดีๆ ให้คนอยากลิงก์มาหาเราเอง หรือจะลองหาเว็บที่เขาเปิดรับให้เราไปเขียนบทความให้ แล้วใส่ลิงก์กลับมาก็ได้

ไม่ต้องรีบร้อนครับ ค่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน ยังไงเว็บเราก็อยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาวแน่นอน สู้ๆ ครับทุกคน!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Backlink

Backlink คืออะไร ทำไมมันถึงสำคัญกับเว็บเรา?

Backlink ก็เหมือนคนอื่นแนะนำเว็บเราให้เพื่อนๆ น่ะแหละ ยิ่งมีคนแนะนำเยอะ Google ก็ยิ่งคิดว่าเว็บเราเจ๋ง น่าเชื่อถือ ทำให้เว็บเราติดอันดับดีๆ ไงล่ะ

Google ชอบ Backlink แบบไหน? แบบไหนที่ไม่ชอบ?

Google ชอบลิงก์ที่มาจากเว็บที่เนื้อหาคล้ายๆ กัน และเว็บนั้นก็ต้องมีคนเข้าเยอะๆ น่าเชื่อถือด้วยนะ ส่วนลิงก์แปลกๆ ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือมาจากเว็บที่ไม่ดี Google จะไม่ชอบเลย

มีวิธีไหนบ้างที่จะสร้าง Backlink ดีๆ ได้?

ลองหาเว็บที่มีเรื่องเกี่ยวกับเราไปลงสิ หรือไม่ก็สร้างเนื้อหาดีๆ ให้คนอื่นอยากแชร์ต่อเองก็ได้ หรือจะลองไปเขียนบทความให้เว็บอื่น แล้วใส่ลิงก์เรากลับมาก็ได้นะ

การซื้อลิงก์ หรือใช้โปรแกรมช่วยสร้างลิงก์ อันตรายไหม?

อันตรายมาก! ถ้า Google จับได้ว่าเราซื้อลิงก์ หรือใช้โปรแกรมช่วยสร้างลิงก์แบบมั่วๆ เว็บเราอาจจะโดนแบนได้เลยนะ ต้องทำแบบธรรมชาติเท่านั้น

การทำ Internal Link คืออะไร เกี่ยวอะไรกับ Backlink?

Internal Link คือการที่เราลิงก์จากหน้าหนึ่งในเว็บเรา ไปอีกหน้าหนึ่งในเว็บเราเอง มันช่วยให้ Google เข้าใจเว็บเรามากขึ้น และยังช่วยกระจายความสำคัญของหน้าต่างๆ ไปด้วย

ถ้าเจอลิงก์ไม่ดี หรือลิงก์ที่อาจจะทำให้เว็บเรามีปัญหา ต้องทำยังไง?

เราต้องคอยเช็คดูว่ามีลิงก์แปลกๆ เข้ามาที่เว็บเราไหม ถ้าเจอลิงก์ที่ไม่ดีจริงๆ ก็ต้องใช้เครื่องมือของ Google บอกให้ Google ไม่นับลิงก์นั้น

ทำไมการสร้างคอนเทนต์ดีๆ ถึงช่วยเรื่อง Backlink ได้?

ถ้าเรามีบทความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่น่าสนใจ คนอื่นก็จะอยากเอาไปแชร์ หรือเอาลิงก์ของเราไปใส่ในเว็บของเขาเอง ทำให้เราได้ Backlink ดีๆ มาแบบฟรีๆ

การทำ Local SEO เกี่ยวข้องกับการทำ Backlink ยังไง?

Local SEO คือการทำให้คนในพื้นที่รู้จักเรามากขึ้น การมีข้อมูลธุรกิจเราในเว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวกับท้องถิ่น หรือใน Google My Business ก็เหมือนเป็นการสร้าง Backlink ที่ช่วยให้คนแถวบ้านหาเราเจอได้ง่ายขึ้น

ลดทุกคำสั่งซื้อครั้งแรก

สามารถใช้ได้กับบริการที่มีราคา 1000 บาท

%10
ลด 10%กับการสั่งซื้อครั้งแรก
Code: UNEED25
1 ก.พ 68 - 15 ธ.ค 68

By subscribing you agree with our Terms & Conditions and Privacy Policy.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
error: Content is protected !!
Shopping Cart (0)

No products in the cart. No products in the cart.


Shop by Category See All