เทคนิค Prompt Midjourney สำหรับทำรูปสินค้าให้ปัง ยอดขายพุ่ง

เทคนิคพรอมต์ Midjourney สร้างรูปสินค้าให้ขายดี

เคยสงสัยไหมว่าทำไมรูปสินค้าบางรูปถึงดูดตาเราจนอยากกดซื้อทันที? ส่วนใหญ่แล้วเบื้องหลังความปังนั้น มาจากการใช้เทคนิค Prompt Midjourney ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องการทำรูปสินค้าให้โดดเด่นและขายดี บทความนี้จะพาไปดูวิธีเขียน Prompt Midjourney สำหรับทำรูปสินค้าให้ปัง ยอดขายพุ่งกันแบบจัดเต็ม ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง รับรองว่าอ่านจบแล้วจะเอาไปปรับใช้ได้แน่นอน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Prompt Midjourney สำหรับทำรูปสินค้า

  • การเข้าใจหลักการทำงานของ Prompt Midjourney เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างภาพสินค้าที่ตรงใจ
  • การเลือกสไตล์ภาพและกำหนด Mood & Tone ที่เข้ากับสินค้า จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดีขึ้น
  • การใส่รายละเอียดสินค้าให้ชัดเจน เลือกมุมกล้อง และใช้คำศัพท์เฉพาะ จะทำให้รูปสินค้าดูเป็นมืออาชีพ
  • การปรับแต่งแสง เงา ฉากหลัง และใช้คำสั่งพิเศษ ช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับภาพ
  • การทดลองใช้ Aspect Ratio, ค่า Stylize และ Seed ที่แตกต่างกัน ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่หลากหลายและสม่ำเสมอ

เริ่มต้นสร้างสรรค์ Prompt Midjourney ให้ปัง

มาเริ่มกันเลยนะ! การจะปั้นรูปสินค้าให้สวยปังด้วย Midjourney เนี่ย มันไม่ใช่แค่พิมพ์อะไรไปก็ได้นะ เราต้องเข้าใจหลักการนิดหน่อยก่อน

เข้าใจแก่นแท้ของ Prompt Midjourney

Prompt คือคำสั่งที่เราบอกให้ AI ทำงานนั่นแหละ ยิ่งเราบอกชัดเจน AI ก็ยิ่งเข้าใจและสร้างภาพได้ตรงใจมากขึ้น ลองนึกภาพว่าเรากำลังสั่งงานเพื่อน ถ้าเราบอกแค่ ‘วาดรูปแมว’ เพื่อนก็อาจจะวาดแมวแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าเราบอกว่า ‘วาดรูปแมวเปอร์เซียสีขาว ขนฟู นั่งอยู่บนโซฟาสีฟ้า’ เพื่อนก็จะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะเลยใช่ไหม Midjourney ก็เหมือนกัน ยิ่ง Prompt ละเอียด ภาพที่ได้ก็ยิ่งดี

สำรวจสไตล์ภาพสินค้าที่ใช่

ก่อนจะเขียน Prompt เราต้องรู้ก่อนว่าอยากได้ภาพสไตล์ไหน ลองดูตัวอย่างเยอะๆ เลยนะ ไม่ว่าจะเป็น:

  • สไตล์มินิมอล: เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา
  • สไตล์หรูหรา: ดูแพง มีระดับ
  • สไตล์ธรรมชาติ: ใช้แสงธรรมชาติ สีเอิร์ธโทน
  • สไตล์แฟนตาซี: สร้างสรรค์ ไม่เหมือนใคร

การรู้สไตล์ที่ต้องการจะช่วยให้เราเลือกคำศัพท์ใน Prompt ได้ถูกทางมากขึ้นนะ

กำหนด Mood & Tone ให้โดนใจ

Mood & Tone คืออารมณ์และบรรยากาศของภาพที่เราอยากสื่อสาร อยากให้ลูกค้ารู้สึกยังไงเวลาเห็นรูปสินค้า? สดใส? อบอุ่น? น่าเชื่อถือ? หรือตื่นเต้น? ลองคิดถึงกลุ่มเป้าหมายของเราดูว่าเขาชอบอะไร แล้วค่อยๆ ใส่คำที่สื่อถึงอารมณ์นั้นลงไปใน Prompt เช่น ถ้าอยากได้ภาพดูอบอุ่น อาจจะใส่คำว่า ‘cozy’, ‘warm lighting’, ‘soft colors’ เข้าไป

การกำหนด Mood & Tone ที่ชัดเจนตั้งแต่แรก จะช่วยให้ภาพสินค้าของเราสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงจุด และสร้างความรู้สึกที่อยากซื้อได้ง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ

เจาะลึกเทคนิค Prompt Midjourney สำหรับรูปสินค้า

รูปสินค้าสวยงามด้วยเทคนิค Midjourney

มาถึงส่วนสำคัญแล้วนะ! ถ้าอยากให้รูปสินค้าของเราดูดีจนลูกค้าต้องร้องว้าว เราต้องใส่ใจรายละเอียดใน Prompt ให้มากขึ้นอีกหน่อย

ใส่รายละเอียดสินค้าให้ชัดเจน

เวลาเราจะบอกให้ Midjourney สร้างรูปอะไรสักอย่าง ยิ่งเราบอกรายละเอียดของสินค้าได้ชัดเจนเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งตรงใจเรามากขึ้นเท่านั้น ลองนึกภาพว่าเรากำลังอธิบายให้เพื่อนที่ไม่เคยเห็นสินค้าเรามาก่อนฟัง

  • ชื่อสินค้า: เช่น "กระเป๋าหนัง" หรือ "แก้วกาแฟเซรามิก"
  • วัสดุ: "หนังแท้", "ผ้าฝ้าย", "แก้ว", "ไม้"
  • สี: "สีดำ", "สีแดงเลือดหมู", "ลายทางขาวดำ"
  • รูปทรง/ขนาด: "ทรงสี่เหลี่ยม", "ทรงกลม", "ขนาดพกพา", "ใบใหญ่"
  • ลักษณะเด่น: "มีซิป", "มีสายสะพาย", "มีลายปัก", "พื้นผิวขรุขระ"

ยิ่งใส่รายละเอียดเยอะ ภาพที่ได้ก็จะยิ่งใกล้เคียงกับที่เราคิดไว้

เลือกมุมกล้องและองค์ประกอบภาพ

มุมกล้องมีผลกับความรู้สึกของคนดูมากๆ นะ ลองคิดดูว่าอยากให้สินค้าดูน่าสนใจจากมุมไหน

  • มุมมอง: "มุมสูง (top-down view)", "มุมเสย (low-angle shot)", "มุมตรง (eye-level shot)", "มุมเฉียง (dutch angle)"
  • ระยะ: "โคลสอัพ (close-up)" เน้นรายละเอียด, "เต็มตัว (full shot)" เห็นทั้งชิ้น, "เห็นบางส่วน (medium shot)"
  • องค์ประกอบ: "วางเดี่ยวๆ", "วางคู่กับสินค้าอื่น", "วางบนพื้นผิว", "มีมือคนถือ"

ใช้คำศัพท์เฉพาะทางสินค้า

บางทีการใช้คำศัพท์ที่ตรงกับวงการสินค้าของเราก็ช่วยได้นะ เช่น ถ้าขายเสื้อผ้า อาจจะใช้คำว่า "ผ้าลินิน", "ทรงโอเวอร์ไซส์", "คอวี" หรือถ้าขายเครื่องสำอาง ก็อาจจะใช้ "เนื้อแมตต์", "ติดทน", "กันน้ำ"

การเลือกใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและเฉพาะเจาะจง จะช่วยให้ AI เข้าใจลักษณะของสินค้าได้ดียิ่งขึ้น และสร้างภาพที่ตรงตามความต้องการของเรามากขึ้นไปอีก

ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปปรับใช้ดูนะ รับรองว่ารูปสินค้าของเราจะดูดีขึ้นเยอะเลย!

สร้าง Prompt Midjourney ให้มีชีวิตชีวา

รูปสินค้าสวยงามน่าดึงดูด

รูปสินค้าที่ดูธรรมดาๆ อาจจะทำให้ลูกค้ามองข้ามไปได้ง่ายๆ แต่ถ้าเราใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ใน Prompt ของ Midjourney รับรองว่ารูปสินค้าของคุณจะดูน่าสนใจและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีเลยล่ะ

เพิ่มแสงเงาให้ดูมีมิติ

แสงเงาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รูปสินค้าดูมีมิติ ไม่แบนราบ ลองนึกภาพสินค้าที่วางอยู่ใต้แสงไฟส่องเน้นๆ หรือมีเงาตกกระทบเบาๆ จะทำให้สินค้าดูน่าสนใจขึ้นเยอะเลยนะ

  • แสงธรรมชาติ: ลองใช้คำว่า natural light, soft sunlight, golden hour light เพื่อให้ได้แสงที่ดูอบอุ่น เป็นมิตร
  • แสงไฟสตูดิโอ: ถ้าอยากให้ดูหรูหรา ลองใช้ studio lighting, dramatic lighting, rim lighting เพื่อสร้างจุดเด่น
  • เงา: อย่าลืมใส่เงาเข้าไปด้วย เช่น casting a soft shadow, long shadow จะช่วยเพิ่มความลึกให้ภาพ

ใส่ฉากหลังที่ส่งเสริมสินค้า

ฉากหลังไม่ใช่แค่ที่ว่างเปล่า แต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมเรื่องราวและดึงดูดสายตา ลองเลือกฉากหลังที่เข้ากับสไตล์ของสินค้า หรือสร้างบรรยากาศที่อยากให้ลูกค้ารู้สึก

  • ฉากหลังเรียบง่าย: เหมาะกับสินค้าที่ต้องการเน้นดีไซน์ เช่น plain background, gradient background, minimalist background
  • ฉากหลังตามธีม: ถ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับธรรมชาติ ก็อาจจะใช้ forest background, beach background หรือถ้าเป็นสินค้าหรู ก็อาจจะเป็น marble background, velvet background
  • ฉากหลังที่สร้างเรื่องราว: ลองนึกถึงสถานการณ์ที่สินค้าจะถูกใช้งาน เช่น ถ้าเป็นแก้วกาแฟ ก็อาจจะมีฉากหลังเป็นคาเฟ่ หรือโต๊ะทำงานตอนเช้า

ทดลองใช้คำสั่งพิเศษ

Midjourney มีคำสั่งพิเศษหลายอย่างที่ช่วยให้เราควบคุมผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น การทดลองใช้คำสั่งเหล่านี้จะช่วยให้รูปสินค้าของคุณไม่เหมือนใคร

  • --ar (Aspect Ratio): กำหนดสัดส่วนภาพ เช่น --ar 16:9 สำหรับภาพแนวนอน หรือ --ar 9:16 สำหรับภาพแนวตั้งบนโซเชียลมีเดีย
  • --v (Version): เลือกเวอร์ชันของโมเดล Midjourney ที่ต้องการใช้ แต่ละเวอร์ชันก็จะมีสไตล์ภาพที่แตกต่างกันไป
  • --style raw: ช่วยให้ภาพที่ได้ดูสมจริงมากขึ้น ลดความเป็นศิลปะลง เหมาะกับรูปสินค้าที่ต้องการความแม่นยำ
การใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ใน Prompt เช่น แสงเงา หรือฉากหลังที่เข้ากัน จะทำให้รูปสินค้าของคุณดูน่าสนใจและสื่อสารกับลูกค้าได้ดีขึ้นเยอะเลยนะ ลองเอาไปปรับใช้กันดู!

ปรับแต่ง Prompt Midjourney ให้ตรงใจ

หลังจากที่เราลองสร้างภาพสินค้าด้วย Midjourney ไปบ้างแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือการปรับแต่ง Prompt ให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจเรามากที่สุดนะ เพราะบางทีภาพที่ได้อาจจะยังไม่เป๊ะ หรือยังขาดอะไรไปนิดหน่อย การปรับแต่งนี่แหละที่จะช่วยให้รูปสินค้าของเราดูดีขึ้นเยอะเลย

การใช้ Aspect Ratio ที่เหมาะสม

Aspect Ratio หรืออัตราส่วนภาพเนี่ย สำคัญมากเลยนะ เพราะมันกำหนดว่าภาพของเราจะออกมาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แนวตั้ง หรือแนวนอน ถ้าเราอยากได้ภาพไปลง Instagram Story ก็ต้องใช้แนวตั้ง (9:16) ถ้าจะลง Feed ก็อาจจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1) หรือแนวนอน (16:9) ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ที่ไหน การเลือก Aspect Ratio ที่ถูกต้องจะช่วยให้ภาพของเราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งครอปให้เสียรูปทรงทีหลัง

  • 1:1 – เหมาะสำหรับภาพโปรไฟล์, ภาพสินค้าทั่วไปที่ต้องการความสมดุล
  • 9:16 – เหมาะสำหรับ Instagram Stories, TikTok, Reels
  • 16:9 – เหมาะสำหรับภาพปกบทความ, ภาพแบนเนอร์, ภาพประกอบเว็บไซต์

การปรับค่า Stylize ให้โดดเด่น

ค่า Stylize หรือ --s ใน Midjourney เนี่ย มันเหมือนเป็นตัวกำหนดว่า AI จะใส่ความเป็นศิลปะลงไปในภาพมากแค่ไหน ถ้าเราตั้งค่าสูง ภาพก็จะดูอาร์ตๆ มีสไตล์จัดจ้าน แต่ถ้าตั้งค่าต่ำ ภาพก็จะดูตรงไปตรงมามากขึ้น สำหรับรูปสินค้า เราอาจจะอยากได้ภาพที่ดูสมจริง ไม่หวือหวาจนเกินไป แต่ก็ยังคงความน่าสนใจอยู่ ลองปรับค่า --s ดูนะ อาจจะเริ่มจากค่ากลางๆ แล้วค่อยๆ ปรับขึ้นหรือลงจนกว่าจะพอใจ

การปรับค่า Stylize ต้องดูให้ดีนะ เพราะถ้ามากไป ภาพอาจจะดูไม่เหมือนสินค้าจริง แต่ถ้าไปน้อยไป ภาพก็อาจจะดูจืดชืด ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

การใช้ Seed เพื่อความสม่ำเสมอ

เคยไหมที่ชอบภาพที่ AI สร้างมามากๆ แล้วอยากได้ภาพที่คล้ายๆ กันอีก? ตรงนี้แหละที่ Seed เข้ามามีบทบาท! เวลาเราสร้างภาพ Midjourney จะมีหมายเลข Seed ให้ทุกครั้ง ถ้าเราเอาหมายเลข Seed เดิมมาใช้กับ Prompt เดิม (หรือคล้ายๆ เดิม) ภาพที่ได้ก็จะมีความคล้ายคลึงกันมากๆ เหมาะมากถ้าเราต้องการสร้างภาพสินค้าหลายๆ แบบที่ยังคง Mood & Tone เดิมไว้ หรือต้องการสร้างภาพสินค้าแบบต่างๆ ของแบรนด์ให้ไปในทิศทางเดียวกัน ลองศึกษาเรื่อง การสร้างแอปด้วย AI ดูนะ อาจจะได้ไอเดียไปปรับใช้กับการสร้างภาพสินค้าให้ดูเป็นระบบมากขึ้นก็ได้

เทคนิค Prompt Midjourney สำหรับสินค้าแต่ละประเภท

รูปสินค้าสวยงามด้วยเทคนิค Midjourney

มาถึงส่วนที่สนุกแล้ว! การจะทำรูปสินค้าให้ปังเนี่ย มันต้องดูด้วยว่าสินค้าเราคืออะไร แล้วจะใช้ Midjourney ยังไงให้เหมาะกับมันที่สุดนะ

สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย

สำหรับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับเนี่ย สิ่งสำคัญคือต้องโชว์ให้เห็นถึง สไตล์ และ ความรู้สึก ของแบรนด์เราเลย ลองนึกภาพนางแบบหรือนายแบบใส่ชุดของเราเดินอยู่บนรันเวย์ หรือถ่ายในสตูดิโอที่ดูหรูหราหน่อยก็ได้นะ หรือถ้าอยากให้ดูเข้าถึงง่าย ก็ลองถ่ายในบรรยากาศสบายๆ อย่างคาเฟ่ หรือสวนสาธารณะก็ได้เหมือนกัน

  • เน้นรายละเอียดของเนื้อผ้าและดีไซน์: ใช้คำที่อธิบายพื้นผิว เช่น ‘ผ้าไหม’, ‘ผ้าลินิน’, ‘หนังแท้’ หรือ ‘ลายปักละเอียด’
  • กำหนดท่าทางของโมเดล: ‘ยืนสง่า’, ‘เดินอย่างมั่นใจ’, ‘นั่งไขว่ห้าง’ ช่วยให้ภาพดูมีชีวิตชีวา
  • ใส่ฉากหลังที่เข้ากับธีม: ‘สตูดิโอแฟชั่น’, ‘ถนนในปารีส’, ‘ชายหาดส่วนตัว’ ช่วยเสริมภาพลักษณ์
การสร้างภาพสินค้าแฟชั่นที่ดีคือการทำให้คนดูรู้สึกว่าอยากเป็นเจ้าของ อยากใส่ อยากใช้มันจริงๆ นะ ลองจินตนาการถึงไลฟ์สไตล์ที่สินค้าชิ้นนั้นจะเข้าไปเติมเต็มดู

สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

เวลาทำรูปอาหารเนี่ย สิ่งที่ต้องเน้นเลยคือความน่ากิน! สีสันต้องสดใส ดูน่าอร่อย ชวนให้น้ำลายสอ ลองนึกถึงแสงที่ส่องกระทบอาหารให้ดูฉ่ำๆ หรือการจัดวางที่ดูเป็นมืออาชีพหน่อยก็ได้

  • ใช้คำที่กระตุ้นความอยากอาหาร: ‘ฉ่ำเยิ้ม’, ‘กรุบกรอบ’, ‘หอมกรุ่น’, ‘สดใหม่’ คือคำที่ต้องมี
  • ใส่ส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: เช่น ‘ผลไม้สด’, ‘สมุนไพร’, ‘น้ำแข็งใส’ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
  • ลองมุมกล้องแบบ Close-up: เพื่อโชว์รายละเอียดความน่ากินของอาหารแบบเต็มๆ

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Gadget

สำหรับสินค้าประเภทนี้ ความทันสมัย ความล้ำ และฟังก์ชันการใช้งานคือหัวใจหลักเลยนะ ลองนึกภาพสินค้าของเราวางอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดูไฮเทค หรือกำลังถูกใช้งานโดยคนรุ่นใหม่ที่ดูฉลาดและคล่องแคล่ว

  • เน้นดีไซน์ที่เรียบหรู: ใช้คำว่า ‘มินิมอล’, ‘เพรียวบาง’, ‘พื้นผิวด้าน’ หรือ ‘โลหะขัดเงา’
  • แสดงถึงการใช้งานจริง: เช่น ‘วางบนโต๊ะทำงานที่ทันสมัย’, ‘ถือโดยนักธุรกิจ’, ‘เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ’
  • ใส่แสงไฟที่ดูเป็นเทคโนโลยี: ‘แสงนีออน’, ‘แสงสะท้อนจากหน้าจอ’, ‘เส้นแสงสีฟ้า’ ช่วยเสริมความล้ำสมัย

การปรับแต่ง Prompt ให้เข้ากับประเภทสินค้าจะช่วยให้เราได้ภาพที่ตรงใจและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้นเยอะเลย ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะ รับรองว่ารูปสินค้าของคุณจะดูดีขึ้นจนยอดขายพุ่งแน่นอน! ถ้าอยากรู้เทคนิคการทำโฆษณาให้ปัง ลองดู Google Ads สำหรับธุรกิจ ก็ได้นะ

การใช้ Prompt Midjourney เพื่อสร้างเรื่องราว

รูปสินค้าสวยๆ อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอแล้วนะ ยุคนี้ต้องมีเรื่องราวด้วย! การเล่าเรื่องผ่านภาพสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าอินกับแบรนด์เรามากขึ้น เหมือนเรากำลังชวนเขาเข้ามาอยู่ในโลกของสินค้าเราเลย ลองมาดูกันว่าทำยังไง

เล่าเรื่องผ่านภาพสินค้า

แทนที่จะถ่ายรูปสินค้าเฉยๆ ลองคิดดูว่าสินค้าชิ้นนี้มันจะไปอยู่ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง? เช่น ถ้าเป็นแก้วกาแฟสวยๆ ก็อาจจะถ่ายตอนเช้าๆ แสงแดดอ่อนๆ มีหนังสือวางข้างๆ หรือถ้าเป็นเสื้อผ้า ก็อาจจะถ่ายตอนคนใส่กำลังเดินเล่นในสวน หรือไปคาเฟ่เก๋ๆ การใส่บริบทเข้าไปจะทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจขึ้นเยอะเลย ลองนึกภาพว่าถ้าเราเห็นรูปสินค้าที่ดูธรรมดาๆ กับรูปสินค้าที่เล่าเรื่องได้ เราจะอยากหยุดดูรูปไหนมากกว่ากันล่ะ?

สร้างสถานการณ์จำลองการใช้งาน

อันนี้ก็คล้ายๆ กับข้อแรก แต่จะเน้นไปที่การแสดงให้เห็นว่าสินค้าของเรามันใช้งานยังไง แล้วมันจะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง หรือทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นยังไง เช่น ถ้าเป็นอุปกรณ์ทำครัว ก็อาจจะถ่ายตอนคนกำลังทำอาหารอร่อยๆ ให้ครอบครัวทาน หรือถ้าเป็นแอปพลิเคชัน ก็อาจจะทำภาพที่แสดงหน้าจอตอนใช้งานแล้วเห็นว่ามันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไง

  • แสดงผลลัพธ์: โชว์ว่าใช้แล้วได้อะไร เช่น ผิวดีขึ้น หุ่นเฟิร์มขึ้น ประหยัดเวลา
  • แสดงกระบวนการ: ทำให้เห็นขั้นตอนการใช้งานง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
  • สร้างอารมณ์ร่วม: ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้ามีสินค้านี้ ชีวิตเขาจะมีความสุขขึ้น

เชื่อมโยงสินค้ากับไลฟ์สไตล์

คนเราซื้อของไม่ได้ซื้อแค่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่ซื้อไลฟ์สไตล์ที่มาพร้อมกับสินค้านั้นด้วย ลองคิดดูว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรามีไลฟ์สไตล์แบบไหน แล้วสินค้าของเราจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง เช่น ถ้าสินค้าเป็นอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง ก็อาจจะสร้างภาพที่ดูผจญภัย ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ หรือถ้าเป็นเครื่องประดับ ก็อาจจะสร้างภาพที่ดูหรูหรา เหมาะกับงานปาร์ตี้ หรือการไปดินเนอร์สุดพิเศษ

การสร้างเรื่องราวให้กับสินค้า ไม่ใช่แค่การทำให้ภาพสวยขึ้น แต่เป็นการสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า ทำให้เขารู้สึกว่าสินค้าของเราไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เป็นเพื่อนคู่คิด หรือเป็นตัวช่วยให้เขาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

ลองใช้ Midjourney สร้างภาพที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น หรือภาพยนตร์โฆษณาสุดหรูดูสิ รับรองว่าลูกค้าต้องร้องว้าวแน่ๆ การทำแบบนี้ก็เหมือนกับการ นำ AI มาช่วยงาน ในส่วนของการตลาด ทำให้เรามีเวลาไปคิดเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกว่าได้อีกเยอะเลย

Prompt Midjourney สำหรับการตลาดออนไลน์

พอเรามีรูปสินค้าสวยๆ จาก Midjourney แล้ว จะเอาไปใช้ทำการตลาดออนไลน์ให้ปังๆ ได้ยังไงบ้างนะ? มาดูกันเลย!

สร้างภาพสำหรับ Social Media

โซเชียลมีเดียเนี่ยแหละ สนามรบหลักของเราเลย! รูปสินค้าที่ใช้ต้องดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งถ้าเป็นรูปที่ดูมีเรื่องราว หรือแสดงให้เห็นการใช้งานจริง จะยิ่งทำให้คนอยากหยุดดูนานขึ้น ลองคิดถึงภาพสินค้าของคุณในสถานการณ์ต่างๆ เช่น วางคู่กับกาแฟยามเช้า หรือกำลังถูกใช้งานโดยคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบที่เราอยากให้ลูกค้าเป็น

  • โพสต์บน Facebook/Instagram: เน้นภาพสวยๆ คมชัด อาจจะใส่ข้อความสั้นๆ ที่น่าสนใจลงไปเลยก็ได้
  • Stories: ทำภาพแนวตั้งที่ดูสนุกสนาน มีลูกเล่น หรือเป็นวิดีโอสั้นๆ
  • Reels/TikTok: สร้างสรรค์วิดีโอสั้นๆ ที่โชว์สินค้าแบบเคลื่อนไหว หรือมีเพลงประกอบที่กำลังฮิต

การสร้างภาพสำหรับโซเชียลมีเดียให้ปัง คือการทำให้คนรู้สึกว่าสินค้าของคุณเข้ากับชีวิตเขาได้

ออกแบบ Banner โฆษณา

เวลาทำโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Google หรือเว็บไซต์ต่างๆ แบนเนอร์นี่แหละคือหน้าตาของโฆษณาเราเลยนะ รูปต้องสื่อสารได้เร็วว่าขายอะไร และมีจุดเด่นยังไง ลองใช้เทคนิคการจัดวางองค์ประกอบภาพให้สินค้าเด่นออกมา หรือใช้สีที่ตัดกันกับพื้นหลังเพื่อให้สะดุดตา

การออกแบบแบนเนอร์ที่ดี ควรมี Call to Action ที่ชัดเจน เช่น "ซื้อเลย" หรือ "ดูรายละเอียด" เพื่อกระตุ้นให้คนคลิก

ทำภาพประกอบ Website

เว็บไซต์ก็เหมือนหน้าร้านของเรา รูปภาพที่ใช้ประกอบสินค้าต้องดูดี มีความเป็นมืออาชีพ และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ลองสร้างภาพที่แสดงรายละเอียดของสินค้าในมุมต่างๆ หรือภาพที่แสดงให้เห็นขนาดและสัดส่วนที่ชัดเจน การใช้ภาพที่หลากหลายจะช่วยให้เว็บไซต์ดูน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ

การทำโฆษณาออนไลน์ให้ได้ผลดีนั้น การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้รูปภาพเลยนะ ลองศึกษาเทคนิคการทำ Facebook Ads ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการเขียน Prompt

เวลาเราจะปั้นรูปสินค้าด้วย Midjourney เนี่ย มันก็มีบางอย่างที่พลาดกันได้ง่ายๆ นะ ถ้าไม่ระวัง อาจจะได้รูปที่ไม่ตรงใจ หรือดูไม่โปรเท่าที่ควร มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรเลี่ยง

Prompt คลุมเครือเกินไป

อันนี้เจอบ่อยสุดเลย คือใส่คำกว้างๆ ไปเยอะๆ แบบ "รูปสินค้าสวยๆ" หรือ "ภาพสินค้าหรูๆ" คือ AI มันก็พยายามทำให้แหละ แต่มันไม่รู้หรอกว่า "สวย" ของเราคือแบบไหน "หรู" ของเราคือสไตล์ไหนกันแน่ ยิ่งเราให้รายละเอียดน้อยเท่าไหร่ AI ก็ยิ่งเดาทางยากเท่านั้น

  • ตัวอย่าง Prompt ที่ควรเลี่ยง: "กระเป๋าหนัง" (มันจะออกมาเป็นกระเป๋าแบบไหน? สีอะไร? สไตล์ไหน?)
  • ตัวอย่าง Prompt ที่ดีขึ้น: "กระเป๋าถือหนังสีดำทรงโท้ท ดีไซน์มินิมอล มีสายสะพายยาว"

ใช้คำศัพท์ซ้ำซาก

บางทีเราติดใช้คำเดิมๆ ซ้ำๆ ใน Prompt เพราะคิดว่ามันได้ผลดีแล้ว แต่จริงๆ แล้ว Midjourney มันมีคำศัพท์เยอะแยะที่ช่วยให้ภาพออกมามีมิติมากขึ้น การใช้คำที่หลากหลายจะช่วยให้ AI เข้าใจบริบทและสร้างสรรค์ภาพได้ดีกว่าเดิมนะ

  • คำที่ควรเลี่ยงใช้บ่อยๆ: "beautiful", "amazing", "cool"
  • คำที่ลองใช้แทน: "elegant", "sophisticated", "vibrant", "sleek", "minimalist", "rustic"

ละเลยการทดลอง

หลายคนพอได้ Prompt ที่คิดว่าดีแล้ว ก็ใช้แค่นั้นเลย ไม่ยอมลองปรับเปลี่ยนอะไรอีก ซึ่งจริงๆ แล้ว การทดลองนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการใช้ AI สร้างภาพเลยนะ ลองเปลี่ยนคำนิดหน่อย เพิ่มรายละเอียด หรือลองใช้สไตล์ภาพแบบอื่นดูสิ บางทีอาจจะได้ผลลัพธ์ที่เซอร์ไพรส์กว่าเดิมก็ได้

การทดลองคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แล้วเราจะเจอทางของตัวเอง

ลองดูตารางนี้เป็นแนวทางนะ:

สิ่งที่ควรทำสิ่งที่ควรเลี่ยง
ใส่รายละเอียดสินค้าให้ชัดเจนใช้คำกว้างๆ คลุมเครือ
เลือกสไตล์ภาพที่ต้องการปล่อยให้ AI เดาเองทั้งหมด
ลองใช้คำศัพท์หลากหลายใช้คำเดิมๆ ซ้ำๆ
ทดลองปรับเปลี่ยน Promptยึดติดกับ Prompt เดิมๆ
กำหนด Mood & Tone ให้ชัดเจนไม่สนใจบรรยากาศของภาพ

ยกระดับรูปสินค้าด้วย Prompt Midjourney

พอได้รูปสินค้าที่ถูกใจแล้ว ก็ยังไม่จบแค่นั้นนะ! เรามาลองทำให้รูปสินค้าของเราดูโปรขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเทคนิคเจ๋งๆ ของ Midjourney กันดีกว่า

การผสมผสาน Prompt

บางที Prompt เดียวอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ลองเอา Prompt หลายๆ อันมาผสมกันดูสิ เช่น ถ้าอยากได้รูปกาแฟที่ดูอบอุ่น มีแสงแดดส่องถึง อาจจะเริ่มจาก "a steaming cup of coffee on a wooden table, morning sunlight" แล้วค่อยๆ เพิ่มรายละเอียดเข้าไป เช่น "with a book and a croissant, cozy atmosphere, soft focus" การผสมผสานแบบนี้จะช่วยให้เราได้ภาพที่ซับซ้อนและมีมิติมากขึ้น

การใช้ Image Prompt

อันนี้เด็ดมาก! ถ้าเรามีรูปสินค้าต้นแบบอยู่แล้ว หรือมีรูป Reference ที่ชอบมากๆ เราสามารถเอา URL ของรูปนั้นมาใส่ใน Prompt ได้เลย Midjourney จะพยายามสร้างภาพใหม่ที่อิงจากสไตล์ สี หรือองค์ประกอบของรูปต้นแบบนั้น วิธีใช้ก็ง่ายๆ แค่เอา URL รูปไปวางไว้หน้า Prompt ของเราเลย

การปรับแต่งหลังสร้างภาพ

Midjourney ไม่ได้มีไว้แค่สร้างภาพนะ หลังได้ภาพมาแล้ว เรายังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้อีก เช่น การใช้ปุ่ม Vary เพื่อสร้างภาพที่คล้ายกันแต่มีรายละเอียดต่างไป หรือใช้ปุ่ม Upscale เพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพให้คมชัดขึ้น บางทีการปรับเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ภาพดูดีขึ้นเยอะเลย

อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูกนะ การปรับแต่งพวกนี้แหละที่จะทำให้เราเจอสไตล์ที่ใช่จริงๆ สำหรับสินค้าของเรา

อยากให้รูปสินค้าของคุณดูดีขึ้นไหม? ลองใช้ Midjourney สร้างรูปสวยๆ ได้เลย! ถ้าอยากรู้เทคนิคเจ๋งๆ หรืออยากได้เครื่องมือช่วยทำ SEO แบบโปรๆ แวะมาดูที่เว็บไซต์ของเราสิ มีของดีรออยู่เพียบ!

สรุปแล้วไงต่อ?

เป็นไงกันบ้างกับเทคนิคการใช้ Midjourney ทำรูปสินค้าที่เราเอามาฝากกันวันนี้? หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ไอเดียไปลองเล่นกันดูนะ การแต่ง Prompt มันก็เหมือนการคุยกับเพื่อนแหละ ยิ่งเราบอกเขาชัดเจนว่าอยากได้อะไร เขาก็ยิ่งเข้าใจเรามากขึ้นเท่านั้นแหละ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอสไตล์ที่ใช่เองแหละ ที่สำคัญคืออย่ากลัวที่จะใส่รายละเอียดเยอะๆ หรือลองคำแปลกๆ ใหม่ๆ ดู บางทีผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเซอร์ไพรส์กว่าที่คิดก็ได้นะ เอาใจช่วยให้รูปสินค้าปังๆ ยอดขายพุ่งๆ กันทุกคนเลย!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ Prompt Midjourney

Prompt Midjourney คืออะไร?

Prompt Midjourney ก็เหมือนกับคำสั่งที่เราบอกให้ AI วาดรูปนั่นแหละครับ เราต้องบอกรายละเอียดให้ชัดเจนว่าอยากได้รูปสินค้าแบบไหน สีอะไร บรรยากาศเป็นยังไง ยิ่งบอกละเอียด AI ก็ยิ่งเข้าใจและวาดรูปได้ตรงใจเรามากขึ้น

ทำไมต้องใช้ Prompt Midjourney สำหรับรูปสินค้า?

เพราะรูปสินค้าสวยๆ จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดีกว่าไงครับ ถ้าเราบอก AI ให้สร้างรูปสินค้าที่ดูดี มีสไตล์ น่าสนใจ มันก็จะช่วยให้คนอยากซื้อสินค้าของเรามากขึ้น ยอดขายก็พุ่งตามไปด้วยเลย

ต้องเก่งเรื่องศิลปะไหมถึงจะใช้ Prompt Midjourney ได้?

ไม่ต้องเลยครับ! แค่เรามีความคิดสร้างสรรค์ รู้ว่าอยากได้รูปสินค้าแบบไหน แล้วลองเขียนคำอธิบายง่ายๆ ให้ AI เข้าใจก็พอ ไม่ต้องวาดรูปเป็นก็ทำได้

ต้องใส่รายละเอียดสินค้าเยอะแค่ไหนใน Prompt?

ใส่เท่าที่จำเป็นให้ AI เข้าใจครับ เช่น ชื่อสินค้า สี วัสดุ หรือลักษณะเด่นๆ ของสินค้า ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็บอกสี บอกลาย ถ้าเป็นอาหารก็บอกว่าน่ากินแค่ไหน ประมาณนี้ครับ

เลือกสไตล์ภาพสินค้ายังไงดี?

ลองนึกถึงกลุ่มลูกค้าของเราดูครับว่าเขาชอบสไตล์แบบไหน สินค้าเราเหมาะกับภาพสไตล์หรูหรา มินิมอล หรือดูสนุกสนาน แล้วก็ลองหาตัวอย่างรูปที่ชอบมาเป็นแนวทาง แล้วค่อยๆ ปรับ Prompt ให้ได้แบบนั้น

การใส่แสงเงาช่วยอะไร?

การใส่แสงเงาจะทำให้รูปสินค้าดูมีมิติ สมจริง และน่าสนใจมากขึ้น เหมือนเราถ่ายรูปสินค้าจริงๆ เลยครับ ลองบอก AI ว่าอยากได้แสงแบบไหน สว่างๆ หรือนุ่มๆ

ถ้าอยากได้รูปสินค้าแบบเดิมซ้ำๆ ต้องทำยังไง?

เราสามารถใช้ค่า ‘Seed’ ครับ มันเหมือนเป็นรหัสลับที่ช่วยให้ AI สร้างรูปที่มีลักษณะคล้ายเดิมได้ ถ้าเราชอบรูปไหนเป็นพิเศษ ก็เอา Seed ของรูปนั้นมาใช้ตอนสร้างรูปใหม่ ก็จะได้รูปที่คล้ายๆ กันออกมา

มีเทคนิคพิเศษอะไรที่ช่วยให้รูปสินค้าปังขึ้นอีกไหม?

ลองใช้ ‘Image Prompt’ ดูครับ คือการเอา picture ที่เรามีอยู่แล้วไปให้ AI ดูเป็นตัวอย่าง แล้วบอกให้ AI สร้างรูปใหม่ตามสไตล์นั้น หรือจะลองผสมผสาน Prompt หลายๆ อันเข้าด้วยกันก็ได้ มันจะช่วยให้ได้รูปที่แปลกใหม่และน่าสนใจมากๆ เลย

ลดทุกคำสั่งซื้อครั้งแรก

สามารถใช้ได้กับบริการที่มีราคา 1000 บาท

%10
ลด 10%กับการสั่งซื้อครั้งแรก
Code: UNEED25
1 ก.พ 68 - 15 ธ.ค 68

By subscribing you agree with our Terms & Conditions and Privacy Policy.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
error: Content is protected !!
Shopping Cart (0)

No products in the cart. No products in the cart.


Shop by Category See All