อยากขายของออนไลน์ให้ปัง แต่รูปสินค้าไม่ดึงดูดใจลูกค้าใช่ไหม? ยุคนี้ใครๆ ก็ใช้ Midjourney สร้างรูปสวยๆ ได้ง่ายๆ แค่พิมพ์คำสั่งไม่กี่คำ บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธี สอนใช้ Midjourney ทำรูปสินค้า ตั้งแต่เริ่มต้นจนเอาไปขายได้จริง รับรองว่ารูปสินค้าของคุณจะดูดีขึ้นจนลูกค้าต้องทักแน่นอนค่ะ
ข้อคิดสำคัญ
- ทำความเข้าใจ Midjourney เบื้องต้นและเตรียมตัวก่อนเริ่มสร้างรูปสินค้า.
- เรียนรู้การเขียน Prompt ที่จะช่วยให้รูปสินค้าของคุณดูน่าสนใจและตรงตามต้องการ.
- ลองสร้างรูปสินค้าในสไตล์ต่างๆ เช่น Minimal, Realistic หรือแฟนตาซี เพื่อดึงดูดลูกค้าหลากหลายกลุ่ม.
- รู้วิธีปรับแต่งรูปภาพที่ได้จาก Midjourney ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น.
- เข้าใจช่องทางและวิธีการนำรูปสินค้าที่สร้างด้วย Midjourney ไปสร้างรายได้จริงบนโลกออนไลน์.
เริ่มต้นสร้างสรรค์รูปสินค้าด้วย Midjourney
สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องการสร้างรูปสินค้าให้ปังๆ ด้วย Midjourney กันนะครับ ใครที่กำลังมองหาช่องทางทำเงินออนไลน์ หรืออยากให้สินค้าของตัวเองดูดีมีราคาขึ้นมา ต้องไม่พลาดบทความนี้เลย
ทำความรู้จัก Midjourney ฉบับเข้าใจง่าย
Midjourney คืออะไร? พูดง่ายๆ มันคือโปรแกรม AI ที่จะช่วยสร้างรูปภาพจากข้อความที่เราพิมพ์เข้าไปครับ เหมือนเราสั่งให้ AI วาดรูปตามที่เราคิดไว้เป๊ะๆ ยิ่งเราอธิบายละเอียดเท่าไหร่ รูปที่ได้ก็จะยิ่งตรงใจมากขึ้นเท่านั้น มันเจ๋งตรงที่เราไม่ต้องมีทักษะการวาดรูปเลย แค่มีไอเดียก็พอแล้ว ลองนึกภาพว่าเราอยากได้รูปสินค้าของเราวางอยู่บนหาดทรายตอนพระอาทิตย์ตกดิน แค่พิมพ์บอก AI มันก็สร้างให้เราได้เลย
เตรียมตัวก่อนเริ่มปั้นรูปสินค้า
ก่อนจะไปลุยกันเต็มที่ เรามาเตรียมของกันก่อนดีกว่าครับ
- ไอเดียสินค้า: รู้ก่อนว่าเราจะขายอะไร สินค้าของเรามีจุดเด่นยังไง สีสัน รูปทรง วัสดุ เป็นแบบไหน ยิ่งเรารู้จักสินค้าตัวเองดีเท่าไหร่ ยิ่งสร้างรูปได้ตรงจุดมากขึ้นเท่านั้น
- กลุ่มเป้าหมาย: เราขายให้ใคร? วัยรุ่น? คนทำงาน? ผู้สูงอายุ? การรู้กลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้เราเลือกสไตล์ภาพและบรรยากาศที่ดึงดูดพวกเขาได้
- ตัวอย่างรูปภาพ: ลองหา Reference หรือรูปภาพตัวอย่างที่ชอบๆ ไว้ดูเป็นแนวทาง จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าอยากได้ประมาณไหน
สมัครสมาชิกและเข้าสู่โลก Midjourney
การจะใช้งาน Midjourney ได้ เราต้องมีบัญชี Discord ก่อนนะครับ ถ้ายังไม่มีก็สมัครได้ฟรีเลย พอมีบัญชี Discord แล้ว ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ Midjourney แล้วกดปุ่ม Join the Beta เพื่อเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ Discord ของเขาได้เลยครับ ขั้นตอนนี้อาจจะดูงงๆ นิดหน่อย แต่ถ้าทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ไม่ยากเกินไปแน่นอน ลองดู วิธีสมัคร Discord เป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ พอเข้าสู่โลกของ Midjourney แล้ว เราก็จะเจอกับช่องแชทต่างๆ ที่คนอื่นกำลังสร้างรูปกันอยู่ เราสามารถเริ่มพิมพ์คำสั่งของเราได้เลย
เทคนิคเขียน Prompt ให้รูปสินค้าปัง
มาถึงหัวใจสำคัญของการสร้างรูปสินค้าให้ปัง นั่นก็คือการเขียน Prompt หรือคำสั่งให้ Midjourney เข้าใจว่าเราอยากได้ภาพแบบไหนกันแล้วล่ะ! ถ้า Prompt เราดี ภาพที่ได้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งนะ
หัวใจสำคัญของ Prompt ที่ดี
Prompt ที่ดีมันเหมือนเรากำลังสั่งงานศิลปินเลยนะ ต้องบอกให้ชัดเจนว่าอยากได้อะไร ยิ่งละเอียดเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสได้ภาพตรงใจมากขึ้นเท่านั้น การใส่รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงคือหัวใจหลักเลย ลองนึกภาพว่าเรากำลังอธิบายให้เพื่อนฟัง เราจะบอกแค่ว่า ‘เอารูปกาแฟแก้วนึง’ หรือจะบอกว่า ‘เอารูปกาแฟลาเต้อาร์ตสวยๆ ในแก้วเซรามิกสีขาว วางบนโต๊ะไม้ มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมา’ เห็นความต่างไหม?
ใส่รายละเอียดสินค้าให้ชัดเจน
เวลาเขียน Prompt เกี่ยวกับสินค้า เราต้องใส่ข้อมูลของสินค้านั้นๆ ให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น:
- ประเภทสินค้า: เป็นเสื้อยืด, กระเป๋าหนัง, เครื่องประดับ, อาหาร, เครื่องสำอาง?
- วัสดุ: ทำจากผ้าฝ้าย, หนังแท้, ทองคำขาว, แก้ว?
- สี: สีแดงสด, สีพาสเทล, สีดำด้าน, สีเมทัลลิก?
- รูปร่าง/ลักษณะ: ทรงกระบอก, รูปทรงเรขาคณิต, มีลวดลายดอกไม้?
- ขนาด (ถ้าสำคัญ): เล็กกระทัดรัด, ใหญ่จุใจ?
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราขายสบู่ เราอาจจะเขียนว่า "A handmade soap bar with lavender scent, made from natural oils, with a rustic texture, placed on a wooden tray, soft natural lighting." (สบู่ก้อนทำมือ กลิ่นลาเวนเดอร์ ทำจากน้ำมันธรรมชาติ เนื้อสัมผัสแบบดิบๆ วางบนถาดไม้ แสงธรรมชาติอ่อนๆ)
กำหนดสไตล์ภาพให้โดนใจลูกค้า
สไตล์ภาพมีผลต่อความรู้สึกของลูกค้ามากๆ นะ ลองคิดดูว่าสินค้าของเราเหมาะกับสไตล์ไหน:
- Minimalist: เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา ใช้สีน้อยๆ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความหรูหรา หรือดูทันสมัย
- Realistic: เหมือนจริงที่สุด ถ่ายจากของจริงเลย เหมาะกับสินค้าที่ต้องการโชว์รายละเอียด หรือเน้นความน่าเชื่อถือ
- Fantasy/Dreamy: สีสันสดใส มีจินตนาการ เหมาะกับสินค้าที่ต้องการสร้างความน่าตื่นเต้น หรือสินค้าสำหรับเด็ก
- Vintage/Retro: ให้ความรู้สึกย้อนยุค เหมาะกับสินค้าที่มีกลิ่นอายความคลาสสิก
เราสามารถใส่คำเหล่านี้ลงไปใน Prompt ได้เลย เช่น "… in a minimalist style" หรือ "… with a realistic photography look" หรือ "… with a dreamy, ethereal atmosphere."
ใช้คำสั่งเสริมเพื่อผลลัพธ์สุดปัง
Midjourney มีคำสั่งพิเศษที่ช่วยให้เราควบคุมภาพได้มากขึ้นนะ ลองดูตัวอย่าง:
--ar(Aspect Ratio): กำหนดอัตราส่วนภาพ เช่น--ar 16:9สำหรับภาพแนวนอน หรือ--ar 9:16สำหรับภาพแนวตั้ง--v(Version): เลือกเวอร์ชันของ Midjourney ที่จะใช้ เช่น--v 6.0เพื่อใช้เวอร์ชันล่าสุด--style raw: ช่วยให้ภาพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ปรุงแต่งมากเกินไป--stylizeหรือ--s: ควบคุมระดับความ ‘ศิลปะ’ ของภาพ ค่าสูงๆ จะทำให้ภาพดูอลังการ แต่ก็อาจจะหลุดจาก Prompt เดิมได้ง่ายขึ้น
การทดลองคือสิ่งสำคัญที่สุดนะ อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก ปรับเปลี่ยนคำ เพิ่มลดรายละเอียด หรือลองใช้คำสั่งเสริมต่างๆ จนกว่าจะได้ภาพที่ถูกใจที่สุด เพราะบางทีไอเดียดีๆ ก็มาจากการลองเล่นนี่แหละ
ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะ รับรองว่ารูปสินค้าของเราจะดูดีขึ้นจนลูกค้าต้องร้องว้าวแน่นอน!
สร้างรูปสินค้าหลากหลายสไตล์
ทีนี้มาถึงช่วงสนุกแล้ว! หลังจากที่เราปั้นรูปสินค้ามาสักพัก เราก็อยากให้มันดูมีอะไรมากขึ้นใช่ไหมล่ะ? Midjourney มันทำได้มากกว่าแค่รูปสินค้าธรรมดาๆ นะ มันสามารถสร้างสรรค์รูปสินค้าให้เราได้หลายแบบ หลายสไตล์มากๆ ลองมาดูกันว่ามีแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ
รูปสินค้าแนว Minimal เรียบหรู
สไตล์นี้กำลังมาแรงเลยนะ เพราะมันดูสะอาดตา สบายตา ทำให้สินค้าของเราดูแพงขึ้นมาทันที การจะทำรูปแนวนี้ให้ปัง ต้องเน้นความเรียบง่ายจริงๆ
- ฉากหลัง: ใช้สีพื้นๆ อย่างสีขาว สีเทาอ่อน หรือสีเบจ หลีกเลี่ยงลายที่ดูรกตา
- แสงเงา: เน้นแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง ทำให้ดูละมุน
- องค์ประกอบ: วางสินค้าให้น้อยชิ้นที่สุด อาจจะมีแค่สินค้าชิ้นเดียว หรือวางคู่กับของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้ากัน
- โทนสี: ใช้สีที่สบายตา ไม่ฉูดฉาดเกินไป เช่น สีพาสเทล หรือสีเอิร์ธโทน
หัวใจสำคัญของสไตล์ Minimal คือ "น้อยแต่มาก" ทำให้คนดูโฟกัสที่ตัวสินค้าได้เต็มที่
รูปสินค้าแนว Realistic สมจริง
ถ้าอยากให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าของเราชัดๆ เหมือนจับต้องได้ สไตล์ Realistic คือคำตอบเลย การทำรูปแนวนี้ต้องใส่ใจรายละเอียดมากๆ
- พื้นผิว: ใส่รายละเอียดพื้นผิวของสินค้าให้ชัดเจน เช่น ความเงาของโลหะ ความนุ่มของผ้า หรือความขรุขระของไม้
- แสงเงา: สร้างมิติด้วยแสงและเงาที่สมจริง ทำให้สินค้าดูมีน้ำหนัก มีรูปทรง
- สภาพแวดล้อม: อาจจะวางสินค้าในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง เช่น วางแก้วกาแฟบนโต๊ะไม้ หรือวางเครื่องสำอางบนโต๊ะเครื่องแป้ง
- ความคมชัด: รูปต้องมีความคมชัดสูง รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ต้องมองเห็นได้ชัดเจน
การทำรูปแนว Realistic จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าของเราได้มาก เพราะลูกค้าจะรู้สึกเหมือนได้เห็นสินค้าจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ
รูปสินค้าแนวแฟนตาซี ดึงดูดสายตา
สำหรับสินค้าที่ต้องการความโดดเด่น หรืออยากสร้างความแตกต่าง สไตล์แฟนตาซีก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากนะ มันจะช่วยดึงดูดสายตาของลูกค้าได้ดีเลย
- ฉากหลัง: สร้างฉากหลังที่เหนือจริง อาจจะเป็นโลกเวทมนตร์ ท้องฟ้าจำลอง หรืออะไรก็ได้ที่ดูอลังการ
- เอฟเฟกต์: ใส่เอฟเฟกต์พิเศษต่างๆ เช่น แสงวิบวับ หมอกควัน หรือประกายดาว
- การจัดวาง: ลองวางสินค้าในมุมที่ไม่ธรรมดา หรือผสมผสานกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่ดูแปลกตา
- สีสัน: ใช้สีสันที่สดใส หรือสีที่ตัดกันอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความน่าตื่นเต้น
สไตล์นี้เหมาะกับสินค้าที่ต้องการสร้างเรื่องราว หรือสินค้าที่เน้นความสนุกสนาน ไม่เหมือนใคร ลองดูเทคนิคการทำโฆษณาที่สร้างสรรค์ได้ที่ การทำโฆษณา Facebook เพื่อเป็นไอเดียเพิ่มเติมนะ
ปรับแต่งรูปสินค้าให้สมบูรณ์แบบ
พอได้รูปสินค้าที่ถูกใจจาก Midjourney แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้มันดูดีที่สุด พร้อมขาย! เรามาดูวิธีปรับแต่งรูปกัน
การ Upscale รูปให้คมชัด
บางทีรูปที่ได้มาอาจจะยังไม่ละเอียดพอ หรือเราอยากได้ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเอาไปใช้ในงานพิมพ์ การ Upscale คือคำตอบ มันจะช่วยเพิ่มความละเอียดของภาพ ทำให้เส้นสายต่างๆ คมชัดขึ้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็จะมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ลองใช้ปุ่ม U1-U4 ใต้ภาพที่เราชอบ แล้วเลือก Upscale ได้เลย
การใช้ Variation เพื่อหาไอเดีย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชอบแบบไหน หรืออยากได้มุมมองอื่นๆ การใช้ Variation จะช่วยได้เยอะเลย มันจะสร้างรูปที่คล้ายกับรูปต้นฉบับออกมาอีก 4 แบบให้เราเลือก ถ้าเจอแบบที่ใกล้เคียง แต่ยังไม่เป๊ะ ก็เอาแบบนั้นไปทำ Variation ต่อได้อีกเรื่อยๆ เป็นวิธีที่ดีในการสำรวจความเป็นไปได้ต่างๆ ของภาพ
การใช้ Pan และ Zoom เพื่อจัดองค์ประกอบ
บางครั้งรูปที่ได้มาอาจจะขาดอะไรไปนิดหน่อย หรืออยากจะขยายมุมมองออกไปให้เห็นฉากหลังมากขึ้น ฟีเจอร์ Pan (เลื่อนภาพไปด้านข้าง ซ้าย ขวา บน ล่าง) และ Zoom (ขยายหรือย่อภาพ) จะมีประโยชน์มาก มันช่วยให้เราปรับแต่งองค์ประกอบภาพได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องเริ่มสร้างใหม่ทั้งหมด ทำให้เราควบคุมภาพได้ละเอียดขึ้น
การปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยเปลี่ยนรูปสินค้าธรรมดาๆ ให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าดึงดูดมากขึ้น ลองเล่นกับฟีเจอร์ต่างๆ ดู แล้วคุณจะเจอสไตล์ที่ใช่สำหรับสินค้าของคุณ
ไอเดียรูปสินค้าที่ขายดีบนออนไลน์
พอเราสร้างรูปสินค้าสวยๆ ด้วย Midjourney ได้แล้ว ก็ต้องมาคิดว่าจะเอาไปใช้ยังไงให้มันขายดีจริงๆ ใช่ไหมล่ะ? วันนี้เรามีไอเดียเด็ดๆ มาฝาก รับรองว่ารูปสินค้าของคุณจะดูน่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าได้เพียบ!
รูปสินค้าพร้อมฉากหลังสุดอลังการ
การวางสินค้าของเราในฉากหลังที่ดูดี มีเรื่องราว จะช่วยเสริมให้สินค้าดูมีราคาและน่าสนใจมากขึ้น ลองนึกภาพกระเป๋าแบรนด์เนมวางอยู่บนโต๊ะกาแฟหรูๆ ในคาเฟ่ หรือเครื่องประดับสวยๆ ที่วางอยู่ท่ามกลางดอกไม้สดๆ ดูสิ
- ฉากหลังที่เข้ากับสไตล์สินค้า: ถ้าสินค้าเราเป็นแนวธรรมชาติ ก็ลองใช้ฉากหลังเป็นป่าเขา ทะเล หรือสวนดอกไม้ ถ้าเป็นแนวหรูหรา ก็ลองใช้ฉากหลังเป็นห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์น หรือโรงแรมหรู
- การใช้แสงเงา: แสงเงาที่พอดีจะช่วยให้รูปดูมีมิติ ไม่แบนราบ ลองใช้แสงธรรมชาติ หรือแสงไฟที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น
- องค์ประกอบเสริม: อาจจะมีของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้ากับสินค้าและฉากหลัง เช่น แก้วกาแฟ หนังสือ หรือเชิงเทียน
รูปสินค้าที่เน้นการใช้งานจริง
ลูกค้าอยากรู้ว่าสินค้าของเรามันใช้ยังไง มีประโยชน์อะไรบ้าง การโชว์ภาพสินค้าตอนใช้งานจริงจะช่วยให้เขาเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย
- ภาพคนใช้สินค้า: ถ้าเป็นเสื้อผ้า ก็อาจจะเป็นนางแบบ/นายแบบใส่ชุดนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน ถ้าเป็นอุปกรณ์ครัว ก็อาจจะเป็นภาพคนกำลังทำอาหาร
- ภาพแสดงผลลัพธ์: เช่น ถ้าขายครีมบำรุงผิว ก็อาจจะเป็นภาพ Before & After หรือถ้าขายอุปกรณ์ออกกำลังกาย ก็อาจจะเป็นภาพคนที่มีรูปร่างดีขึ้น
- การจัดวางในสภาพแวดล้อมจริง: เช่น ถ้าขายเฟอร์นิเจอร์ ก็อาจจะวางในห้องนั่งเล่น หรือห้องนอนที่ตกแต่งแล้ว
รูปสินค้าที่สร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ
บางทีสินค้าก็ไม่ได้ขายแค่ตัวมันเอง แต่ขายไลฟ์สไตล์ หรือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง ลองสร้างสรรค์ภาพที่เล่าเรื่องราวให้น่าติดตามดูสิ
- ภาพที่สื่อถึงอารมณ์: เช่น ภาพคนที่กำลังมีความสุขกับการใช้สินค้า หรือภาพที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
- การเล่าเรื่องผ่านภาพ: อาจจะสร้างเป็นภาพชุดที่ต่อเนื่องกัน เพื่อเล่าเรื่องราวของสินค้า หรือแบรนด์
- การใช้สัญลักษณ์: ใส่สัญลักษณ์ที่สื่อถึงคุณค่า หรือความหมายของสินค้าเข้าไปในภาพ
การสร้างรูปสินค้าให้ปัง ไม่ใช่แค่การทำให้สวยงาม แต่ต้องคิดถึงว่าลูกค้าจะเห็นอะไรในภาพนั้น แล้วมันจะช่วยให้เขาตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นยังไงบ้าง ลองเอาไอเดียพวกนี้ไปปรับใช้ดูนะ
จำไว้ว่า รูปสินค้าที่ดีคือประตูบานแรกที่จะพาคุณไปสู่ยอดขายที่ปัง! ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะเจอสไตล์ที่ใช่สำหรับสินค้าของคุณแน่นอน
แปลงรูปสินค้า Midjourney เป็นรายได้
พอได้รูปสินค้าสวยๆ จาก Midjourney แล้ว ก็ถึงเวลาเอาไปสร้างรายได้กันแล้วนะ! หลายคนอาจจะคิดว่ายาก แต่จริงๆ แล้วมันมีช่องทางเยอะแยะเลย ลองมาดูกันว่าเราจะเปลี่ยนรูปเจ๋งๆ ที่เราปั้นมาให้กลายเป็นเงินได้ยังไงบ้าง
ช่องทางการขายรูปสินค้าออนไลน์
จริงๆ แล้วรูปสินค้าที่เราทำขึ้นมาเนี่ย มันเอาไปขายได้หลายที่เลยนะ ไม่ใช่แค่ขายตรงให้ลูกค้าอย่างเดียว
- ขายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce: พวก Shopee, Lazada, Facebook Marketplace หรือแม้แต่เว็บขายของออนไลน์ของเราเอง ก็เอาไปลงขายได้เลย
- ขายเป็นภาพสต็อก (Stock Photos): ถ้าภาพเราสวย มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด ก็ลองเอาไปลงขายตามเว็บขายภาพสต็อกต่างๆ ได้นะ เช่น Shutterstock, Adobe Stock หรือ Getty Images (อันนี้อาจจะต้องดูเงื่อนไขเรื่องลิขสิทธิ์ดีๆ หน่อย)
- รับจ้างทำรูปสินค้า: ถ้าเราเก่งเรื่องการเขียน Prompt และสร้างภาพแล้ว ก็รับจ้างทำรูปสินค้าให้คนอื่นได้เลย เป็นฟรีแลนซ์ไปเลยสิ!
- ใช้ในคอนเทนต์ของเราเอง: ถ้าเรามีบล็อก, ช่อง YouTube, หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ การมีรูปสินค้าสวยๆ จะช่วยดึงดูดคนดูได้เยอะเลยนะ
ตั้งราคาและโปรโมทอย่างไรให้ปัง
เรื่องราคาเนี่ย สำคัญมากเลยนะ ต้องตั้งให้เหมาะสมกับคุณภาพและความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับ
- ดูราคาตลาด: ลองสำรวจดูว่าคนอื่นเขาขายกันประมาณไหน ภาพสไตล์เดียวกัน ราคาเท่าไหร่
- คิดต้นทุน: ถึงแม้ Midjourney จะมีค่าสมาชิก แต่เราก็ต้องคิดถึงเวลาที่เราใช้ไปในการสร้างสรรค์ภาพด้วยนะ
- สร้างแพ็กเกจ: อาจจะลองทำเป็นแพ็กเกจ เช่น ซื้อ 3 รูป แถม 1 รูป หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าประจำ
- โปรโมทให้ถึง: ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ โพสต์รูปสวยๆ พร้อมแคปชั่นน่าสนใจ บอกจุดเด่นของสินค้าและรูปภาพของเรา อาจจะลองทำโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก็ได้
การตั้งราคาที่สมเหตุสมผลและการโปรโมทที่ตรงจุด จะช่วยให้รูปสินค้าของเราขายได้ไวขึ้นเยอะเลยนะ
สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ
การมีรูปสินค้าสวยๆ อย่างเดียวอาจจะไม่พอ เราต้องสร้างแบรนด์ของเราให้คนจำได้ด้วย
- สไตล์ภาพที่ชัดเจน: พยายามคุมโทนและสไตล์ของภาพให้ไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ดูเป็นมืออาชีพ
- เล่าเรื่องผ่านภาพ: รูปสินค้าที่ดีควรจะสื่อสารอะไรบางอย่างได้ ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว อาจจะบอกถึงประโยชน์การใช้งาน หรือสร้างอารมณ์ร่วมให้กับลูกค้า
- ความสม่ำเสมอ: โพสต์คอนเทนต์และรูปภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คนติดตามเรามากขึ้น
พอเราทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี รูปสินค้าจาก Midjourney ของเราก็จะกลายเป็นเครื่องมือทำเงินชั้นดีเลยล่ะ!
ข้อควรระวังและเคล็ดลับเพิ่มเติม
ลิขสิทธิ์และการใช้งานเชิงพาณิชย์
เรื่องลิขสิทธิ์นี่สำคัญมากนะ เวลาเราใช้ Midjourney สร้างรูปสินค้าเนี่ย ต้องเข้าใจให้ดีก่อนว่ารูปที่เราทำออกมาเนี่ย เราเอาไปใช้หาเงินได้จริงหรือเปล่า โดยทั่วไปแล้ว รูปที่สร้างจาก Midjourney สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ก็มีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องรู้ไว้ก่อนนะ เช่น บัญชีที่เราใช้ต้องเป็นแบบเสียเงิน (Paid Plan) เท่านั้น ถ้ายังใช้แบบฟรีอยู่ เอาไปขายไม่ได้นะจ๊ะ นอกจากนี้ Midjourney เองก็มีข้อกำหนดการใช้งานที่ต้องอ่านให้ละเอียดอีกที เพื่อไม่ให้เราทำผิดกฎเขาเข้า
อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Midjourney
เทคโนโลยี AI มันไปไวมากจริงๆ Midjourney เองก็มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ เลยนะ บางทีก็มีคำสั่งใหม่ๆ หรือการปรับปรุงคุณภาพรูปภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม การที่เราคอยติดตามข่าวสาร หรือลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เขาปล่อยออกมา จะช่วยให้เราสร้างสรรค์รูปสินค้าได้เจ๋งขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ลองเข้าไปดูที่ Discord ของ Midjourney บ่อยๆ ก็ได้นะ จะได้ไม่พลาดอะไรเด็ดๆ
เรียนรู้จากชุมชน Midjourney
จริงๆ แล้ว การเรียนรู้จากคนอื่นเป็นอะไรที่เวิร์คมากนะ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งาน Midjourney เนี่ย มีคนเก่งๆ เยอะแยะเลยที่เขาแชร์เทคนิคการเขียน Prompt หรือไอเดียการสร้างรูปต่างๆ การเข้าไปดูผลงานของคนอื่น หรือลองถามคำถามในกลุ่ม จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราได้เยอะเลยนะ บางทีเราอาจจะได้ไอเดียเจ๋งๆ ที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อนก็ได้ ลองเข้าไปดูใน Discord ของ Midjourney หรือกลุ่ม Facebook ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Midjourney ก็ได้นะ
- ติดตามผลงานของศิลปินคนอื่นๆ: ดูว่าเขาสร้างสรรค์รูปสินค้าแบบไหนกันบ้าง
- แลกเปลี่ยน Prompt: ลองแชร์ Prompt ของเรา แล้วขอ Prompt จากคนอื่นมาลองเล่น
- เข้าร่วม Challenge: บางทีก็มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลองเอาไปเป็นโอกาสฝึกฝนฝีมือก็ได้
การทำความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์และการใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งสำคัญมากก่อนที่จะนำรูปภาพที่สร้างจาก AI ไปใช้เพื่อสร้างรายได้ การติดตามข่าวสารและฟีเจอร์ใหม่ๆ ของแพลตฟอร์ม รวมถึงการเรียนรู้จากชุมชนผู้ใช้งาน จะช่วยให้เราพัฒนาทักษะและสร้างสรรค์ผลงานที่ดียิ่งขึ้นได้
เวลาใช้งานเครื่องมือ SEO ต่างๆ อาจมีบางอย่างที่ต้องระวังเป็นพิเศษนะ ลองดูเคล็ดลับเพิ่มเติมเหล่านี้ แล้วถ้าอยากรู้เทคนิคดีๆ อีกเพียบ แวะมาที่เว็บไซต์ของเราได้เลย!
สรุปส่งท้าย: เริ่มทำรูปสินค้าปังๆ ด้วย Midjourney กันเลย!
เป็นไงกันบ้างครับกับเทคนิคทำรูปสินค้าด้วย Midjourney ที่เอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกคนจะได้ไอเดียไปลองทำตามกันดูนะ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยจริงๆ แค่ลองเล่น ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จับทางได้เองแหละ พอได้รูปสวยๆ แล้ว ก็เอาไปลงขายออนไลน์ได้เลยนะ ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อนเลย ขอแค่ใจสู้หน่อยก็พอ สู้ๆ ครับทุกคน!
คำถามที่พบบ่อย
Midjourney คืออะไร? ทำไมถึงเหมาะกับการทำรูปสินค้า?
Midjourney เป็นโปรแกรมแต่งรูปสุดเจ๋งที่ใช้ AI สร้างภาพตามที่เราสั่งด้วยข้อความ มันเหมือนมีนักวาดรูปส่วนตัวเลยล่ะ! เหมาะกับทำรูปสินค้าเพราะเราสามารถสร้างภาพสินค้าในมุมมองต่างๆ หรือฉากหลังสวยๆ ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ทำให้สินค้าเราดูน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าออนไลน์ได้ดีมากๆ
ต้องมีความรู้เรื่องแต่งรูปมาก่อนไหม ถึงจะใช้ Midjourney ได้?
ไม่ต้องเลย! Midjourney เน้นการสั่งงานด้วย ‘ข้อความ’ หรือที่เรียกว่า Prompt ถ้าเราอธิบายสิ่งที่เราอยากได้ให้ชัดเจน โปรแกรมก็จะสร้างรูปออกมาให้เอง เหมือนเรากำลังเล่าเรื่องให้ AI ฟังมากกว่า
การเขียน Prompt ให้รูปสินค้าออกมาปัง ต้องทำยังไง?
หัวใจสำคัญคือการ ‘บอกรายละเอียด’ ให้ชัดเจนที่สุด! เช่น บอกชื่อสินค้า สี วัสดุ รูปทรง แล้วก็บอกสไตล์ภาพที่อยากได้ด้วย เช่น อยากได้แบบมินิมอล หรือสมจริง หรือแฟนตาซี ยิ่งเราบอกละเอียดเท่าไหร่ รูปที่ได้ก็จะยิ่งตรงใจเรามากขึ้นเท่านั้น
ถ้าอยากได้รูปสินค้าแบบสมจริงมากๆ ทำได้ไหม?
ได้แน่นอน! เราสามารถบอกให้ Midjourney สร้างรูปสินค้าแบบ ‘สมจริง’ (Realistic) ได้เลย หรือจะใส่คำที่บอกถึงแสงเงา พื้นผิววัสดุต่างๆ เข้าไปใน Prompt ด้วย ก็จะช่วยให้รูปสินค้าดูเหมือนจริงจนลูกค้าแยกไม่ออกเลย
ใช้ Midjourney สร้างรูปสินค้าไปขายได้เลยหรือเปล่า?
โดยทั่วไปแล้ว การใช้งาน Midjourney แบบเสียเงิน เราสามารถนำรูปที่สร้างขึ้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานล่าสุดของ Midjourney อีกครั้งเพื่อความแน่ใจนะ จะได้ไม่ติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์
มีวิธีทำให้รูปสินค้าจาก Midjourney ชัดขึ้นกว่าเดิมไหม?
มีแน่นอน! หลังจาก Midjourney สร้างรูปมาให้แล้ว เราสามารถใช้คำสั่ง ‘Upscale’ เพื่อเพิ่มความละเอียดและความคมชัดของรูปให้สูงขึ้น ทำให้รูปสินค้าของเราดูโปรขึ้นไปอีกระดับเลย
ถ้าอยากได้รูปสินค้าหลายๆ แบบจากไอเดียเดิม ต้องทำยังไง?
ง่ายมาก! เราสามารถใช้คำสั่ง ‘Variation’ เพื่อให้ Midjourney สร้างรูปที่มีความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ จากรูปต้นแบบที่เราชอบออกมาอีกหลายๆ แบบ ทำให้เรามีตัวเลือกเยอะขึ้นในการหารูปที่ถูกใจที่สุด
การสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจกับรูปสินค้า ทำได้ยังไง?
เราสามารถใส่ไอเดียลงใน Prompt ให้ Midjourney ช่วยสร้างฉากหลัง หรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเราได้ เช่น ถ้าขายกาแฟ ก็อาจจะสั่งให้สร้างรูปกาแฟในคาเฟ่บรรยากาศดีๆ หรือวางคู่กับหนังสือเล่มโปรด การสร้างเรื่องราวจะทำให้ลูกค้าอินกับสินค้าเรามากขึ้น